บทที่ 5 จาก 5 · ราว 10 นาที
เบาะหน้า
ชาลีพูดความจริงกับผู้หญิงที่เขารัก รับค่าจ้างจากเธอ แล้วหารค่าข้าวต้มกันคนละครึ่ง
พฤหัส 5 พ.ย. · ก้อย เหมา 1 วัน 2,500 · ข้าวต้ม หารกัน 70
อาทิตย์ที่ 18 ตุลา 5 ทุ่ม ผมนั่งพิมพ์ไลน์ถึงก้อยอยู่บนฟูกในห้องที่ปากเกร็ด พิมพ์ ลบ พิมพ์ใหม่ จนเลยตี 2 มันเป็นข้อความที่ยาวที่สุดที่ผมเคยเขียนตั้งแต่จดหมาย ม.5 และครั้งนี้ไม่มีของอะไรแนบไปด้วย
ก้อย ผมขับรถรับส่งคนผ่านแอปมาตั้งแต่ปี 2565 รถตู้ 3 คันหายไปตั้งแต่โควิด ที่ผมบอกเบิ้มว่าทำธุรกิจรถ ผมโกหก ผมยังติดสหกรณ์ 366,000 บนที่ดินของแม่ กับบัตรเครดิตอีกใบที่เกือบเต็ม
โน้ตบุ๊กของภูมิ ผมซื้อด้วยเงินค่างวดที่ดินของแม่ ไม่ใช่ของเก่าที่บ้าน ผมเงียบไปเกือบ 2 เดือนเพราะผมอาย ก้อยไม่ได้ทำอะไรผิด ผมขอโทษที่เดินออกมาก่อนพ่อก้อยได้ตัดเค้ก
ผมไม่ได้ขอให้เรากลับไปเหมือนเดิม เงิน 950 ที่ก้อยโอนมา ผมยังไม่ได้ใช้ ก้อยจะโอนต่อหรือหยุดก็ได้ ผมรับได้ทั้งสองแบบ ผมคิดถึงก้อย
ผมเกือบพิมพ์ต่อว่าผมขับไปหาก้อยทุกอาทิตย์ แล้วก็ลบทิ้ง ประโยคนั้นคือใบแจ้งหนี้ใบเดิม ผมกดส่งตอน 02.10 น. แล้วนอนจ้องเพดานจนได้ยินเสียงรถขยะ
05.40 น. ก้อยตอบ ข้อความแรกเป็นรูปข้อความของผมที่เธอแคปไว้ มีวงปากกาแดงวงเดียวล้อมคำว่าคิดถึง ข้างวงเขียนว่าถูกแล้ว ข้อความที่สองคือ เล่มเดิมจบไปแล้วนะ ถ้าจะเริ่ม ก็เริ่มเล่มใหม่ ข้อความที่สามคือ พฤหัสที่ 5 พ่อต้องไปหาหมอที่กรุงเทพฯ ชาลีรับเหมาไหม คิดเราเท่าที่คิดคนอื่น
ก้อยเคยแชร์บทความเรื่องเริ่มใหม่กับคนเดิมไว้ ผมจำได้ว่ามันถามให้ดูว่าเรากลับไปเพราะอะไร1 ตอนอ่านครั้งแรก ผมเลื่อนผ่านไปดูรูปเธอ ครั้งนี้ผมนั่งอยู่บนฟูกถึง 6 โมงเช้า ข้อความของเธอไม่ได้ชวนกลับไปเป็นแฟน แต่ก็ไม่ได้ปิดแชตหนี
ผมคำนวณค่าน้ำมันไปกลับก่อนตอบ ราคา 2,500 ที่ผมคิดลูกค้าทั่วไป พอหักแล้วก็เหลือเป็นรายได้จริง ผมพิมพ์ว่า "รับครับ" เธอถามว่าต้องมัดจำไหม ผมบอกว่าไม่ต้อง ทั้งที่ลูกค้าคนอื่นผมเก็บ ก้อยโอนมา 500 แล้วส่งสลิปให้ ผมนั่งดูสลิปอยู่พักหนึ่งก่อนพิมพ์ว่าได้รับแล้ว ที่เหลือจ่ายวันเดินทางก็ได้
พฤหัสที่ 5 พฤศจิกา ตี 4 ครึ่ง ผมจอดหน้ารั้วเหล็กที่ผมเคยซ่อม มันยังปิดสนิทดี ก้อยเข็นพ่อออกมาในเสื้อเชิ้ตตัวดีตัวเดิม ผมอุ้มพ่อเธอขึ้นเบาะหลัง พับรถเข็นใส่ท้ายรถ พ่อเธอพูดว่า "ไอ้ตกบ่อ ขับดีๆ" แล้วหลับไปก่อนรถจะถึงถนน 340

ก้อยเปิดประตูหน้า นั่งเบาะข้างคนขับ คาดเข็มขัด แล้วหยิบสมุดการบ้านปึกหนึ่งขึ้นมาตรวจใต้ไฟอ่านหนังสือในรถ เธอบอกว่าถ้าไม่ตรวจตอนนี้ก็ไม่มีตอนไหน เราคุยกันน้อยมากตลอดทาง 100 กิโล ผมไม่ได้เปิดเพลง ไม่ได้เปิดพอดแคสต์ ได้ยินแต่เสียงปากกาแดงกับเสียงพ่อเธอกรน
6 โมงครึ่ง ร้านข้าวต้มข้างโรงพยาบาล พ่อก้อยต้องงดอาหารเพื่อเจาะเลือด แกนั่งบนรถเข็นหน้าร้าน ทำหน้าบึ้งใส่ไข่เจียวบนโต๊ะเรา ข้าวต้มปลา 2 ชามกับไข่เจียว 1 จาน รวม 140 บาท พอเด็กในร้านวางถาดใบเสร็จลง ก้อยพูดก่อนผมจะขยับ "หารกันนะ ตามที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่คืนเลี้ยงรุ่น"
ผมล้วงกระเป๋าตังค์ตามความเคยชิน จ่ายแทนคนอื่นอย่างนี้มา 30 ปีแล้ว คราวนี้ดึงแบงก์ร้อยออกมา 2 ใบก็หยุด เก็บคืนใบหนึ่ง วางอีกใบลงบนถาด รอเงินทอน 30 บาท ก้อยวางแบงก์ 50 กับแบงก์ 20 ของเธอลงข้างกัน
เด็กในร้านยังไม่เอาเงินทอนมา ผมเรียกเขาอีกครั้ง เบากว่าตอนสั่งไข่เจียว ก้อยหยุดตรวจสมุดแล้วเลื่อนถาดมาไว้กลางโต๊ะ พ่อเธอมองเงิน 2 กองแล้วถามว่า "เสี่ยชาลีหมดตัวแล้วเหรอ" ผมหัวเราะ ก้อยไม่หัวเราะตาม แต่เขี่ยไข่เจียวชิ้นสุดท้ายมาให้ผม

ระหว่างรอในลานจอดรถ ก้อยเล่าว่าต้องเข็นพ่อเข้าห้องน้ำหญิง ขอให้คนข้างในหลีกทาง แล้วกลับออกมาเจอคิวที่เคยรอผ่านไปแล้ว ผมจะบอกว่าครั้งหน้าจ้างคนมาช่วย ก่อนนึกถึงรายการที่เคยฟัง เรื่องการอยู่ด้วยกันโดยไม่รีบแก้ให้2 ผมถามแทนว่าตอนนี้พ่ออยู่กับใคร เธอบอกว่าพยาบาลช่วยดูให้ แล้วเอาสมุดวางไว้บนตัก
เครื่องบดยา 290 บาทยังอยู่ท้ายรถ ผมเกือบลุกไปหยิบ เธอบอกก่อนว่าหลังกลับบ้านต้องทำข้อสอบกลางภาคอีก 2 ชุด ผมตอบว่าอืม ไม่รู้ว่าจะตอบอะไรอีก ก้อยบิดฝาขวดน้ำที่ผมซื้อให้ตั้งแต่ตี 4 แล้วดื่มจนหมด
11 โมง ก้อยกลับมาที่รถคนเดียว พ่อยังรอคิวหมอ เธอขอนั่งพักแป๊บหนึ่ง แล้วหลับไปบนเบาะข้างคนขับทั้งที่ปากกาแดงยังอยู่ในมือ ผมไม่ได้ปลุก ไม่ได้ลงไปซื้ออะไรมาให้ ไม่ได้ถามว่าเหนื่อยไหม ผมลดแอร์ลงเบอร์หนึ่ง นั่งดูยอดงานของวันที่ยังไม่ได้รับอยู่พักหนึ่ง แล้วล็อกจอ ก้อยหลับไป 40 นาที พอตื่นเธอถามว่าทำไมไม่ปลุก ผมบอกว่าไม่มีคิวที่ต้องรีบ เธอก้มดูเวลานัดพ่อ แล้วรวบสมุดไป ผมไม่รู้ว่าเธอได้ยินเสียงเครื่องยนต์ที่ผมติดทิ้งไว้หรือเปล่า
บ่าย 3 ผมส่งพ่อเธอถึงบ้าน ก้อยโอนเงินที่เหลือมา 2,000 บาท รวมกับมัดจำเป็น 2,500 นิ้วผมแตะปุ่มโอนคืนไปครึ่งหนึ่งแล้ว ผมวางโทรศัพท์คว่ำบนเบาะ นับถึง 10 แล้วพิมพ์ไปคำเดียว ขอบคุณ ก้อยบอกตอนลงจากรถว่าพ่อมีนัดหมอทุกพฤหัสแรกของเดือน แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรมากกว่านั้น
เสาร์ที่ 14 พฤศจิกา ผมไปรับข้าวหอมก่อนเวลา 20 นาที แล้วขอเปิ้ล 5 นาทีที่หน้ารั้วทาวน์เฮาส์ ผมขอโทษเรื่องปี 2563 ถึง 2564 เรื่องเบียร์ทุกคืน เรื่องที่ผมไม่พูดกับใครเป็นเดือน และเรื่องคำว่าโง่ที่ลูกยังจำได้
เปิ้ลฟังจนจบ แขนกอดอกตลอด "ตอนนั้นเราไม่ได้อยากได้เงินหรอกชาลี เราอยากได้คนคุยด้วย" เธอเงียบไปพักหนึ่ง "เราไม่กลับไปแล้วนะ ชาลีก็รู้ แต่เราเป็นพ่อแม่ข้าวหอมด้วยกันไปจนตาย เรื่องเก่าเราไม่ได้ลืมนะ"
โต้งเดินถือถุงขยะออกมาพอดี โต้งจ่ายค่าเรียนพิเศษให้ข้าวหอมเดือนละ 2,500 มาตั้งแต่ต้นปี ผมรู้จากลูก แต่ไม่เคยพูดถึงมันสักคำ วันนั้นผมยกมือไหว้เขาก่อน แล้วบอกว่าขอบคุณที่ดูแลเรื่องเรียนพิเศษให้ข้าวหอม โต้งพยักหน้าแบบงงๆ แล้วเดินไปทิ้งขยะ ผมกลับไปนั่งในรถ มือกำพวงมาลัยไว้แน่น ทั้งที่ยังไม่ได้ติดเครื่อง
ระหว่างรอลูกแต่งตัว เปิ้ลเดินกลับออกมาพร้อมใบแจ้งค่าเรียนพิเศษเดือนหน้า เธอบอกว่าถ้าเดือนไหนส่งช้า ให้บอกก่อนวันที่โรงเรียนเก็บ ผมรับกระดาษแล้วพับใส่สมุด เธอยืนรอให้ผมหาวันที่เจอก่อนถึงกลับเข้าบ้าน
แม่เคยส่งบทความเรื่องพ่อแม่แยกทางไว้ให้3 ผมอ่านตอนที่ยังอยากให้มันบอกว่าผมเป็นพ่อที่ใช้ได้ ตอนนี้เปิ้ลกลับเข้าบ้านแล้ว ผมวงวันจ่ายเงินไว้ข้างวันที่งานสนามบินเต็ม จนข้าวหอมมาเคาะกระจก
ธันวานั้น หนี้สหกรณ์ยังเหลือ 3 แสนกว่า ผมคืนเงินที่ยืมแม่มาแล้ว 2,000 ก้อยยังโอน 950 ทุกวันที่ 1 เงินส่วนนั้นผมยังเก็บไว้ในบัญชี ไม่ได้ใช้และไม่ได้โอนคืน เธอยังไม่ได้ตกลงอะไรกับผมนอกจากงานรับส่งในพฤหัสแรกของเดือน ส่วนกลุ่มรุ่น ผมก็ยังไม่ได้กลับเข้าไป
เสาร์ที่ 12 ธันวา เช้านั้นผมเก็บเบาะหน้าโดยไม่รู้ว่าเก็บทำไม ใบเสร็จค่าน้ำมัน ผ้าขนหนูเช็ดเหงื่อ ยาดม ถุงขนมที่กินค้าง ผมโยนทุกอย่างไปไว้เบาะหลัง แล้วแกะสายชาร์จที่พันกันเป็นก้อนให้เป็นเส้นตรง 10 โมงตรง ข้าวหอมเดินออกมาจากบ้าน ตรงไปที่ประตูหลังเหมือนทุกครั้ง มือจับที่เปิดประตูแล้ว แล้วก็หยุด ลูกเดินผ่านหน้ารถมาอีกฝั่ง เคาะกระจกข้างคนขับ
"พ่อ หนูนั่งข้างหน้าได้ป่ะ"

ผมบอกว่าได้ เสียงออกมาเหมือนคนเพิ่งตื่น ข้าวหอมนั่งลง คาดเข็มขัด เสียบโทรศัพท์เข้ากับสายชาร์จของผม แล้วเปิดเพลงของลูกเองเสียงดัง เพลงที่ผมฟังไม่รู้เรื่องสักคำ ตอนติดไฟแดงหน้าห้าง ผมถามแบบที่ถามทุกครั้งว่าวันนี้พ่อได้กี่ดาว
ข้าวหอมไม่ได้หันมา "คนนั่งข้างหน้าไม่ให้ดาว"
ข้อคิดท้ายบท
- ก้อยให้ชาลีรับงานตามราคา เธอยังไม่ได้รับปากจะกลับไปเป็นแฟน
- เปิ้ลไม่กลับมาเป็นภรรยา แต่เรื่องค่าเรียนและวันรับลูกยังต้องคุยกันต่อ
จบเล่ม
ทางไกลของชาลี
ยังมีอีก 4 บทที่ยังอ่านไม่จบ
ชวนคิดต่อ
ครั้งล่าสุดที่คุณปล่อยให้คนที่รักจ่ายแทน หรือหารกัน คุณรู้สึกอย่างไร
แหล่งอ้างอิงของบทนี้ (3)
- Alljit Blog ร่วมกับ วันเฉลิม คงคาหลวง (นักจิตวิทยาการปรึกษา). (2021, 13 ตุลาคม). เริ่มใหม่กับคนเดิม จะเหมือนเดิมไหม นักจิตวิทยาว่ายังไง (หัวข้อ เริ่มใหม่กับคนเดิม บทสรุปจะเป็นอย่างไร; สำรวจความรู้สึกของตัวเอง). เล่าความด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ได้ยกคำพูด ลิงก์
- Alljit Podcast, พูดคุยกับคุณวันเฉลิม EP.33. (2026, 15 มกราคม). ความรักที่ดี ในมุมมองของนักจิตวิทยา [01:24–02:07; 02:11–02:30; 05:01–05:55; 06:15–06:23; 06:32–06:57; 07:28–08:15]. YouTube. (แขกรับเชิญ วันเฉลิม คงคาหลวง นักจิตวิทยา) เล่าความด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ได้ยกคำพูด ลิงก์
- Alljit Blog. (2022, 19 ธันวาคม). พ่อแม่แยกทางกัน การหย่าร้าง ไม่ใช่ความล้มเหลวในชีวิต (หัวข้อ ลูกควรอยู่กับใคร; ทำอย่างไรให้ลูกไม่ใจสลาย; พ่อแม่แยกทางกัน ส่งผลกระทบต่อลูกอย่างไรบ้าง; ย่อหน้าสรุปท้ายบทความ). สรุปจาก Alljit Podcast, Learn & Share (2022, 7 ธันวาคม) https://www.youtube.com/watch?v=NNZ0Ju9sDu8 เล่าความด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ได้ยกคำพูด ลิงก์
