บทที่ 8 จาก 8 · ราว 6 นาที
ปลงได้เมื่อได้เห็น
นิดพูดคำว่าฉันโกรธเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี เช้าวันสงกรานต์
ตอนฉันอายุ 8 ขวบ แม่หาบขนมกล้วยไปขายที่ตลาดราชบุรี พอกลับตอนเย็น แม่จะวางหาบลงใต้ต้นจามจุรี แล้วเรียก “นิด มานับเหรียญ” ฉันเห็นแม่ขยับไหล่ที่แบกของมาตลอดวัน คนแถวนั้นเรียกท่านี้ว่าปลงหาบ ตอนเด็กฉันเข้าใจเพียงว่าแม่ขายเสร็จและกลับบ้านได้แล้ว

สงกรานต์ปีนี้บ้านยังเป็นของเรา เราไถ่คืนวันที่ 11 ธันวาคม ก่อนครบกำหนด 1 วัน ธนาคารอนุมัติเงินกู้ 300,000 ที่ฝนกู้ร่วม ผ่อนเดือนละราว 4,500 ไป 7 ปี ฝนจ่ายครึ่งหนึ่ง เงินเก็บค่าเข้า ม.1 ของข้าวหอมอีก 60,000 กับเงินขายของในร้านและกระบะ 75,000 ทำให้รวบรวมได้ 435,000
เราแยกเงินต้นบ้าน 400,000 กับเงินกันไว้ 35,000 สำหรับดอกที่ยังค้าง วันที่ไปไถ่ ฝนขอใบรับแล้วจดยอดดอกตามนั้น ไม่ได้จ่ายทั้ง 35,000 เหมารวมไป เงินที่เหลือจากกองนี้กลับเข้าบัญชีค่าเรียน ฉันนั่งดูใบรับกับสมุดของฝนด้วย
มกราคมหน้าร้านกลายเป็นร้านชานมไข่มุก ค่าเช่าเดือนละ 8,000 วิชัยซ่อมรถอยู่ข้างร้าน ส่วนคำขอโทษ ฉันยังไม่ได้ยิน
มีอย่างเดียวที่ฉันยังไม่บอกใคร เงิน 5,000 ที่ฝนโอนมาทุกเดือนตั้งแต่พฤษภา ฉันเอาใส่ลิ้นชักร้านทุกวันที่ 26 พ่อเขาเลยคิดว่าเดือนนั้นๆ ขายดี
ป้าแดงที่ตลาด
12 ธันวาคม วันรุ่งขึ้นหลังไถ่บ้าน ฉันเล่าให้แดงที่แผงข้าวแกง เป็นครั้งแรกที่เอาไฟในออกนอกบ้าน แดงตักแกงส้มไปฟังไป “บ้านไหนไม่มีบ้างล่ะนิด”
แล้วแดงก็เล่าของตัวเอง ลูกชายเล่นพนันออนไลน์จนติดหนี้ 230,000 ผัวแกยังไม่รู้ เราสองคนนั่งบนขั้นบันไดหลังแผงจนมืด แดงถามว่าฝนรู้ไหมเรื่องที่ฉันเอาเงินใส่ลิ้นชัก ฉันบอกว่ายัง แดงยื่นแกงส้มให้ 1 ถุง บอกว่าเอาไปให้พ่อเขา ฉันเกือบพูดว่าไฟในอย่านำออก แล้วจำได้ว่าตัวเองเพิ่งพูดอยู่พักใหญ่

วางหาบ
ความหมายแรกของคำว่าปลงในพจนานุกรมคือวางของลง อย่างปลงหาบ ส่วนปลงตกคือใคร่ครวญจนเห็นตามที่มันเป็น แล้วปล่อยให้เป็นไปตามนั้น1 เราใช้ความหมายนี้คิดเรื่องที่ค้างอยู่ได้ โดยไม่ต้องบังคับให้ทุกคนปล่อยผ่านเรื่องเดียวกัน
ของที่นิดยังต้องซ่อมมีกระเบื้องกับค่างวด 4,500 ที่เก็บมีรูปหัวหินกับป้ายร้าน ที่วางมีตัวร้านและความเชื่อว่าเมียที่ดีไม่ถาม บ้านไถ่คืนแล้ว เงินออมฝนยังคืนไม่ครบ เวลาของแม่ก็ไม่ได้คืน นิดจึงอาจยังโกรธ

อริสโตเติลสังเกตว่าเพื่อนร่วมเศร้าช่วยให้เบาลง แต่ตัดสินไม่ได้ว่าเพราะช่วยแบกหรือเพียงรู้ว่ามีคนรู้สึกด้วย2 แดงไม่ได้จ่ายหนี้ เธอนั่งอยู่ด้วย
เช้าวันที่ 13 เมษายน 2569 ระหว่างพับผ้า ฉันบอกวิชัยว่า “ฉันโกรธนะ” ทั้งเรื่องเงินของบ้าน เงินที่ฝนต้องช่วย และการที่เขาตัดสินใจคนเดียวแล้วปิดไว้ จนบอกลูกก่อนบอกฉัน เขาถามว่าฉันก็รู้อยู่แล้วทำไมไม่ถาม ฉันจึงพูดถึงเรื่องที่ค้างมาตั้งแต่ปี 2542 เสียงสั่นจนพับผ้าต่อไม่ไหว วิชัยแยกเสื้อของตัวเองไปอีกกอง ฉันปล่อยไว้อย่างนั้น ไม่พับให้
บ่ายนั้นเขาออกไปข้างนอก กลับมาพร้อมกระเบื้อง 2 แผ่นกับปูนถุงหนึ่ง 450 บาท ม้วนพรมขึ้น สกัดกระเบื้องที่โป่งออก แล้วปูใหม่จนเสร็จก่อนมืด ฉันเอาเก้าอี้มากั้นพื้นที่ที่เพิ่งปูไว้ เขาถามว่าคราวนี้จะหายโกรธหรือยัง ฉันตอบว่าขอดูสมุดบัญชีใหม่ด้วย ตั้งแต่ร้านชานมมา ฉันยังไม่เห็นสัญญาเช่า เขาบอกว่าอยู่ในลิ้นชัก ฉันบอกให้หยิบมา
ตอนกินข้าวเย็น ข้าวหอมถามขึ้นมา “ปีนี้ไปทะเลไหม”
ฝนตอบก่อนที่ใครจะทันตักแกงให้ใคร “ไม่ไปลูก ปีนี้เงินไม่พอ”
ข้าวหอมถามว่าเมื่อไรจะพอ ฝนตอบว่ายังไม่รู้ ลูกทำหน้ามุ่ยแล้วไปหยิบขันน้ำ ฉันเตือนให้เดินอ้อมเก้าอี้ วิชัยดึงลิ้นชักเอาสัญญาเช่าออกมา กระดาษหน้าสุดท้ายมีที่ให้ลงชื่อ ฉันหาแว่นอ่านหนังสือมาวางข้างจานข้าว
จุดสำคัญของบทนี้
- บ้านไถ่คืนแล้ว นิดยังขอดูบัญชีและสัญญาเช่าได้ ไม่ต้องหายโกรธก่อน
จบเล่ม
ซุกใต้พรม
ยังมีอีก 7 บทที่ยังอ่านไม่จบ
คำถามท้ายบท
“ถ้าวันนี้วางได้หนึ่งเรื่อง คุณจะวางเรื่องไหน”
คำตอบเก็บไว้ในเครื่องหรือบัญชีของคุณ ไม่ส่งให้ AI อ่าน
แหล่งอ้างอิงของบทนี้ (2)
- ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 (ฉบับออนไลน์ โดยสำนักงานราชบัณฑิตยสภา). คำว่า 'ซุก', 'น้ำขุ่นไว้ในน้ำใสไว้นอก', 'ปลง', 'ปลงตก'. เข้าถึงเมื่อ 30 กันยายน 2569. ข้อความในเล่มถอดความคำนิยามเอง ไม่ได้ยกคำนิยามตรง ลิงก์
- Aristotle. Ethica Nicomachea, Book IX, ch. 11 (1171a29–b12), ต้นฉบับกรีก (I. Bywater, Ed., 1894). Perseus Digital Library. ถอดความเอง ไม่ได้ใช้สำนวนแปลของ W. D. Ross (ถึงแก่กรรม 1971) ลิงก์
