บทที่ 8 จาก 8 · ราว 5 นาที
อยู่กับแม่ หรือไปเกาหลี
บาสมีเวลาถึงสิ้นเดือน จะไปทำงานโรงงานที่เกาหลี หรืออยู่กับแม่ที่ร้อยเอ็ด
คืนวันที่ 27 ตอน 2 ทุ่ม ในบ้านไม้ที่ร้อยเอ็ด แม่สมใจนั่งลอกหัวหอมใต้ไฟดวงเดียว ลอกเร็วและเยอะเกินกว่ากับข้าวมื้อเดียวจะใช้หมด บาสนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เหลืออีก 3 วันก่อนต้องตอบบริษัทจัดหางานว่าจะไปเกาหลีหรือไม่
“ไปเถอะลูก แม่อยู่ได้” แม่พูดโดยไม่เงยหน้าจากเขียง บาสถามว่าแม่อยู่ได้จริงหรือ แม่บอกว่าป้าแหววอยู่ข้างบ้าน เขาอยากได้คำตอบอีกแบบ แต่ไม่รู้ว่าอยากให้แม่ห้ามหรืออยากให้แม่ยืนยันซ้ำ

บาสอายุ 27 เป็นช่างเชื่อมมาบตาพุด เงินเดือน 16,500 ปี 2566 พ่อเสีย ทิ้งหนี้ ธ.ก.ส. 380,000 กับแม่วัย 61 ต้นปีเขาสอบภาษาเกาหลีผ่าน ได้งานโรงงานเงินเดือนราว 50,000 แม่จะอยู่บ้านโดยมีป้าแหววข้างบ้านคอยดู
บาสลางานกลับบ้านมา 4 วัน ถามแม่ซ้ำว่าอยากให้เขาไปเกาหลีไหม จนคืนวันที่ 29 เขาเผลอเสียงดังว่า “แม่พูดมาตรงๆ ได้ไหม” แม่เก็บเปลือกหอมใส่ถุง บอกว่าง่วงแล้วทั้งที่เพิ่ง 2 ทุ่มครึ่ง เขาจึงเอาหอมที่ปอกไว้ใส่กล่อง มีมากจนต้องแบ่งไปให้ป้าแหวว บาสบอกป้าว่าแม่อยู่ได้ ป้าถามว่าแม่พูดเองหรือเขาคิดอย่างนั้น
บันไดของบาส
นีทเช่เขียนไว้ว่า ถ้ากระต่ายมีหนัง 7 ชั้น คนเราลอกตัวเองได้ถึง 70 คูณ 7 ชั้น ก็ยังไม่เจอตัวจริง1 เขาจึงชวนย้อนดูว่าเคยรักอะไรจริงๆ แล้ววางเรียงเป็นขั้นบันได เพราะตัวจริงไม่ได้ฝังอยู่ลึกข้างใน แต่อยู่สูงเหนือเราขึ้นไป1 คืนสุดท้ายก่อนตอบ บาสลองเรียงบันไดของตัวเองบนหลังซองเงินเดือน
- อายุ 12 ส่งประแจให้พ่อซ่อมปั๊มน้ำหลังบ้าน
- อายุ 17 เชื่อมแร็กท้ายกระบะ ให้แม่ขนผักไปตลาด
- อายุ 22 เอาเงินเดือนแรกซื้อพัดลมให้ห้องแม่
- อายุ 27 กลับบ้านทีไร ป้าแหววมีของพังรอให้ซ่อม
บาสวงขั้นซื้อพัดลม วันนั้นซื้อรองเท้าให้ตัวเองด้วย เขาอยากได้เงินและเห็นเมืองใหม่ เหตุผลนี้พูดกับแม่ยากกว่าจะไปใช้หนี้ ซาร์ตร์เล่าถึงลูกศิษย์ที่ต้องเลือกระหว่างแม่กับสงคราม ว่าไม่มีหลักใดเลือกแทนได้ ความรักแสดงในการลงมือทำ2 บาสยังต้องเลือกโดยแม่ไม่ตอบตามที่เขารอ

บาสไปเกาหลี
วันที่ 30 บาสโทรตอบบริษัทว่าไป คืนก่อนขึ้นรถไปสนามบิน แม่นั่งอยู่ที่โต๊ะตัวเดิม ไม่ลุกมาส่งที่ประตู บอกแค่ว่าถึงแล้วโทรมา

7 เดือนต่อมา บาสส่งเงินกลับบ้านแล้ว 210,000 บาท หนี้ลดลงไปเกือบครึ่ง เดือนที่ 5 แม่ลื่นล้มตอนตากผ้า ข้อมือร้าว ป้าแหววพาไปโรงพยาบาลอำเภอ บาสรู้เรื่องอีก 2 วันต่อมาจากปากป้าแหวว แม่บอกแค่ว่า “ไม่อยากให้ลูกเป็นห่วง”
ทุกวันนี้เขาวิดีโอคอลหาแม่ทุกเย็น แม่ตอบว่าสบายดี เขาถามป้าแหววเป็นระยะว่าแวะไปได้ไหม วันหนึ่งป้าตอบว่าป้าก็มีธุระ บาสเคยโกรธว่าแค่ข้ามรั้วเอง ก่อนนึกได้ว่าไม่เคยถามป้าว่าต้องดูใครที่บ้านบ้าง
บาสถามแม่ว่าจะนัดให้ป้าแหววช่วยวันไหนดี แม่ให้เขาคุยกับป้าเอง เขาดูเวลาพักแล้วโทรไป ป้าบอกว่าถ้าช้ากว่านี้จะไม่ทันรับ เพราะต้องพาลูกไปหาหมอ พอได้วันที่ป้าว่าง บาสจึงกลับไปตกลงกับแม่อีกครั้งว่าในวันอื่นจะให้ใครช่วย
ก้องอีกครั้ง
4 เดือนหลังวันที่พระราม 9 ก้องได้นัดสัมภาษณ์อีกที่ เขาเริ่มว่า “ผมก้องครับ ตอนนี้ส่งอาหารอยู่” แล้วไม่พูดชื่อธนาคารอีกเลย เขาเล่าถึงป้าขายแกงคนหนึ่งที่เขาเคยนั่งอธิบายสัญญาเงินกู้ให้ทีละบรรทัดจนป้าเข้าใจ คนสัมภาษณ์ถามว่าคิดถึงงานวิเคราะห์ด้วยไหม ก้องตอบว่าคิดถึง และคิดถึงเงินเดือนเดิมด้วย เขายังมองปากกาที่ขีดลงบนกระดาษ ขากลับส่งไลน์บอกแม่ว่าสัมภาษณ์แล้ว แม่ถามว่าได้หรือยัง เขาบอกว่ายัง ถ้าได้จะโทรไป ไม่ต้องรอรู้จากป้า
จุดสำคัญของบทนี้
- บาสอยากไปเพื่อตัวเองด้วย และยังต้องตกลงเรื่องดูแม่กับคนที่อยู่ข้างบ้าน
จบเล่ม
เราคือใคร
ยังมีอีก 7 บทที่ยังอ่านไม่จบ
คำถามท้ายบท
“ย้อนดูชีวิต อะไรที่คุณเคยรักจนยอมลงมือทำจริง”
คำตอบเก็บไว้ในเครื่องหรือบัญชีของคุณ ไม่ส่งให้ AI อ่าน
แหล่งอ้างอิงของบทนี้ (2)
- Nietzsche, F. (1874). Schopenhauer als Erzieher, §1 (Unzeitgemässe Betrachtungen III). ถ้อยคำไทยในเล่มแปลเองจากต้นฉบับเยอรมัน (our rendering). English reference: A. Collins (Trans.), Thoughts out of season, Part II (T. N. Foulis, 1909), Project Gutenberg eBook #38226. ลิงก์
- Sartre, J.-P. (1948). Existentialism and humanism (P. Mairet, Trans.; lecture delivered 1945). Methuen. Marxists Internet Archive. ในเล่มถอดความด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ได้ยกคำพูดมา (paraphrase, not quoted). ลิงก์
