บทที่ 3 จาก 5 · ราว 10 นาที
ผ่อนคืน
เพื่อนโพสต์รูปจากเบาะหลังรถชาลีลงกลุ่มรุ่น แล้วครูก้อยก็เริ่มผ่อนเงินคืนเขาทุกเดือน
อาทิตย์ 23 ส.ค. · มัดจำร้าน 2,000 ไม่ได้คืน · ก้อยโอนเข้า 950
พฤหัสที่ 20 สิงหา 07.40 น. แอปส่งงานรับที่โรงแรมแห่งหนึ่งบนถนนสีลม ผมจอดหน้าล็อบบี้ ผู้ชายตัวใหญ่ในเสื้อเชิ้ตปักโลโก้ธนาคารเปิดประตูหลังเข้ามาครึ่งตัว แล้วหยุดค้าง "อ้าว ชาลี"
เบิ้มมาสัมมนาที่กรุงเทพฯ 3 วัน จากสีลมไปแจ้งวัฒนะ 40 นาที ผมพูดไม่หยุดเพื่อไม่ให้มีช่องเงียบ เรื่องรถติด เรื่องราคาน้ำมัน เรื่องงานต๋อง เรื่องบอลไทย ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องที่ว่าทำไมผมมานั่งตรงนี้ เบิ้มตอบเออๆ แล้วยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายรูปตัวเองคู่กับท้ายทอยผม "ที่ระลึกๆ"
ก่อนถึงที่หมาย เบิ้มถามว่าผมขับรถผ่านแอปเต็มเวลาแล้วหรือ ผมบอกว่าช่วงนี้ลองดูตลาด เผื่อจะขยายเป็นฝูงรถ พอเหลือบมองกระจกหลัง ผมเห็นเบิ้มพยักหน้า สีหน้าเหมือนตอนเขาฟังคนมาขอกู้ที่ธนาคาร
ถึงที่หมาย ผมบอกว่าไม่ต้องจ่ายๆ เพื่อนกัน แต่แอปตัดบัตรเบิ้มไปแล้วตั้งแต่ผมกดจบงาน 186 บาท เบิ้มหัวเราะ บอกว่าเก็บไว้เป็นทุนธุรกิจรถ ตบไหล่ผม 2 ที แล้วให้ผม 5 ดาว
22.15 น. เบิ้มโพสต์รูปนั้นลงกลุ่มรุ่นพร้อมข้อความว่า "ธุรกิจรถของเสี่ยชาลี บริการ 5 ดาวครับท่าน 555" อ่านแล้ว 37 คน สติกเกอร์หัวเราะ 9 ตัว มีคนเดียวพิมพ์ว่า สู้ๆ นะชาลี ซึ่งแย่กว่าสติกเกอร์หัวเราะทั้ง 9 ตัวรวมกัน ผมไล่ดูว่าใน 37 คนนั้นมีก้อยหรือเปล่า ซึ่งไลน์ไม่บอก 23.58 น. ผมกดออกจากกลุ่ม ระบบถามว่าแน่ใจไหม ผมกดแน่ใจ แล้วนั่งอยู่ในรถอีกชั่วโมงกว่าโดยไม่รับงาน

อาทิตย์ที่ 23 ผมไปถึงบ้านก้อยตอนบ่าย 4 พร้อมเค้กมะพร้าวอ่อน 1 ปอนด์ 450 บาท จ่ายด้วยแบงก์ใบสุดท้ายในกระเป๋า ข้อความเรื่องร้านที่ผมส่งไปตอนตี 2 คืนนั้น ก้อยตอบตั้งแต่เช้าว่า ไม่ต้องนะ เราทำกับข้าวเองได้ ผมตอบว่า จองแล้ว สบายมาก แล้วทำเหมือนไม่เคยอ่าน เมื่อคืนเธอส่งมาอีกว่า พรุ่งนี้มาคุยกันก่อนนะ ผมอ่านเห็นแต่คำว่ามา
ก้อยพาผมไปนั่งม้านั่งไม้หลังบ้านริมคลอง กล่องเค้กวางอยู่ระหว่างเรา ในบ้าน พ่อเธอใส่เสื้อเชิ้ตตัวดีนั่งรออยู่บนรถเข็น หม้อแกงส้มตั้งอยู่บนเตา เธอทำกับข้าวไว้แล้วตามที่บอกตั้งแต่แรก
"เราเห็นในกลุ่มแล้ว" ก้อยพูดก่อน "เราไม่ได้ติดที่ชาลีขับรถนะ ครูเงินเดือน 3 หมื่นกว่าจะไปดูถูกใครได้" เธอเล่าต่อว่าภูมิเจอสติกเกอร์ร้านติดอยู่ใต้โน้ตบุ๊ก วันที่ขายคือวันพุธ ก่อนวันที่ผมบอกว่าเป็นของเก่าที่บ้านแค่ 4 วัน
"แฟนเก่าเราขายรถมือสอง ชอบเลี้ยงทั้งโต๊ะเหมือนกัน" ก้อยหัวเราะ แต่หน้าไม่ได้หัวเราะด้วย "เราค้ำรถกระบะให้เขา เขาไป รถก็ไปด้วย เหลือแต่งวด เราผ่อนแทนเดือนละ 4,200 อยู่ 6 ปี เพิ่งหมดเมื่อปีที่แล้ว ตั้งแต่นั้นเราตั้งกฎกับตัวเอง ไม่ค้ำใคร ไม่ยืมใคร ไม่ให้ใครจ่ายแทน" ผมพยักหน้าเหมือนคนฟังเข้าใจ มือกำเชือกฟางที่ผูกกล่องเค้กไว้แน่นจนมันบาดนิ้ว
เธอบอกว่าขอแค่นี้ ไม่ต้องซื้ออะไรให้อีก ไม่ต้องจ่ายอะไรแทนบ้านเธอ ยกเลิกร้านด้วย "พ่อไม่ชอบร้านอาหาร พ่ออยากกินข้าวบ้าน เราบอกชาลีไปแล้ว" แล้วเธอก็พูดประโยคที่ผมได้ยินเป็นคำว่าไม่ "มาเป็นชาลีเฉยๆ ก็ได้ แค่ช้าลงหน่อย"
ผมได้ยินแค่คำหลัง ในหัวผมมีตัวเลขเรียงรออยู่แล้ว 8 อาทิตย์ อาทิตย์ละ 1,650 โน้ตบุ๊ก 9,500 เครื่องบดยา 290 ผมเกือบพูดออกไปเป็นยอดรวม แต่ปากผมพูดอีกประโยคก่อนที่ผมจะทันห้าม "ผมขับมา 100 กว่ากิโลทุกอาทิตย์นะก้อย"
"ไหนชาลีบอกว่าผ่านมาพอดี"
คลองหลังบ้านเงียบจนได้ยินเสียงช้อนกระทบหม้อในครัว ก้อยก้มกดโทรศัพท์ นิ้วโป้งของเธอขยับอยู่ไม่กี่ครั้ง แล้วโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อผมก็สั่น ข้อความจากธนาคาร เงินเข้า 950 บาท
"งวดแรก" ก้อยว่า "เราผ่อนคืนค่าโน้ตบุ๊กเดือนละ 950 ทั้งหมด 10 เดือน เท่าที่ชาลีจ่าย" แล้วเธอก็พูดเสียงอ่อนลง "อยู่กินข้าวกับพ่อก่อนนะ พ่อรอ"
"สบายมาก ไม่เป็นไร" ผมลุกขึ้น เดินผ่านหน้าบ้าน ยกมือไหว้พ่อเธอที่นั่งรออยู่ แล้วขึ้นรถไป เค้กยังวางอยู่บนม้านั่ง ส่วนร้านริมแม่น้ำ ผมไม่ได้โทรไปยกเลิก ไม่ได้ไปกิน เงินมัดจำ 2,000 บาทจึงไม่ได้คืน ตอนเลี้ยวออกจากซอย ผมเห็นก้อยในกระจกข้าง เธอกำลังถือกล่องเค้กเข้าบ้าน ประคองด้วยมือทั้งสองข้าง

คืนนั้น 21.30 น. ก้อยส่งมาว่า ถึงบ้านยัง ผมอ่านแล้วไม่ตอบ วันอังคาร ชาลีโกรธเราไหม อ่านแล้ว ไม่ตอบ วันที่ 1 กันยา เงิน 950 งวดที่สองเข้ามา ผมไม่เปิดแอปธนาคารดู ผมวิ่งวันละ 14 ชั่วโมงเพื่อปิดบัตร แล้วบอกตัวเองว่ากำลังให้เวลาก้อย แต่ทุกคืนก่อนนอน ผมยังเปิดรูปจดหมายวงแดงดู แล้วปิดโดยไม่ได้พิมพ์อะไร
ระหว่างนั้นข้าวหอมส่งรูปกระดาษข้อสอบคณิตกลางภาคมา ได้ 12 เต็ม 30 พิมพ์ตามมาว่า พ่อ ดุหนูได้เลย ผมอ่านแล้ว ไม่รู้จะพิมพ์อะไรเลยไม่พิมพ์ อีก 2 วันลูกส่งมาว่า เสาร์นี้ไม่ต้องมารับก็ได้นะ ผมอ่านแล้วเหมือนเดิม เสาร์ที่ 5 กันยา ผมวิ่งงานทั้งวัน
ผมเปิดข้อความ พ่อ ดุหนูได้เลย ดูอีกครั้ง นิ้วแตะช่องพิมพ์แล้วออกมา ลูกยังใช้รูปโปรไฟล์ที่ผมถ่ายให้หน้าห้าง มีแขนผมติดอยู่ริมรูปนิดเดียว ผมจำได้ว่าตอนถ่ายเธอบอกให้พ่อขยับออกอีกหน่อย
ป๊อดฟังผมเล่าครึ่งเดียวที่ลาน แล้วพูดทั้งที่ข้าวยังเต็มปาก "มึงไม่ได้ให้เวลาใคร มึงงอน" ผมบอกว่าเขาไม่รู้เรื่อง เขาก็ไม่เถียง แกะพริกน้ำปลาเทลงข้าว แล้วเล่าเรื่องตัวเองตอนตกงาน เงียบใส่เมียอยู่ 2 ปี ไม่ทะเลาะ ไม่ด่า แค่ไม่พูด
ลูกสาวที่ไปทำงานเกาหลีโทรหาเขาเดือนละครั้ง ทุกวันที่ 5 ครั้งละ 6 นาที "กูจับเวลา" ป๊อดว่า โทรศัพท์เขาดังขึ้นพอดี เขารีบเช็ดมือกับกางเกงก่อนดูจอ เป็นสายทวงประกันรถ ป๊อดปิดเสียงแล้วก้มกินต่อ ผมไม่ได้บอกเขาแล้วว่าไม่รู้เรื่อง
เสาร์ที่ 12 กันยา 9 โมงเช้า มีคนเคาะประตูห้องผมที่ปากเกร็ด วันนั้นไม่ใช่เสาร์ของผม ผมเพิ่งนอนได้ 3 ชั่วโมง เปิดประตูไปเจอข้าวหอมถือถุงส้มตำกับข้าวเหนียว มอเตอร์ไซค์รับจ้างเพิ่งเลี้ยวออกไปจากหน้าตึก
ลูกเห็นห้องผมเป็นครั้งแรก ฟูกบนพื้น หม้อหุงข้าว พัดลมตัวเดียว กับปฏิทินบนผนังที่ผมวงวันผ่อนไว้ด้วยปากกาแดงเดือนละ 4 วง ข้าวหอมยืนมองปฏิทินนานกว่ามองหน้าผม "พ่อนอนตรงนี้เหรอ" ลูกถาม ผมบอกว่าสบายมาก ลูกไม่ตอบ นั่งลงแกะถุงส้มตำบนพื้นเหมือนทำมาทุกอาทิตย์
"หนูนึกว่าพ่อโกรธเรื่องคะแนน" ลูกพูดตอนแกะห่อข้าวเหนียว "พ่อเงียบแบบนี้ เหมือนตอนรถตู้พ่อเจ๊งเลย ตอนนั้นหนูก็นึกว่าพ่อโกรธหนู"
ผมบอกว่าพ่อไม่ได้โกรธลูก ข้าวหอมถามกลับทันที "แล้วพ่อโกรธใคร" ผมตอบไม่ได้ ข้าวเหนียวในมือผมเย็นไปทั้งก้อน

ผมขับไปส่งลูก ข้าวหอมนั่งเบาะหลังเหมือนเดิม แต่วันนั้นลูกไม่ได้เสียบหูฟัง ผมเหลือบกระจกมองหลังทีไรก็เจอลูกมองผมอยู่ก่อนทุกที ถึงหน้าบ้าน ลูกลดกระจกลงพูดก่อนลง "ถ้าพ่อยังไม่อยากคุย บอกหนูก็ได้ ว่าจะคุยเมื่อไหร่" แล้วเดินเข้าบ้านไปโดยไม่ให้ดาว
คืนนั้นในคิวรถหน้าสนามบิน ผมค้นคำว่าเงียบใส่ เจอพอดแคสต์ที่แยกการพักไปตั้งหลักออกจากการเงียบลงโทษ อีกฝ่ายควรรู้ว่าเราจะกลับมาคุยเมื่อไร1 ผมย้อนดูข้อความลูก เธอไม่ได้ส่งอะไรมาอีกตั้งแต่วันที่ถามว่าจะคุยเมื่อไหร่ ผมพิมพ์ว่าพ่อไม่ได้โกรธหนูแล้วลบทิ้ง เพราะเคยพูดไปแล้วตอนกินส้มตำ
01.30 น. ผมพิมพ์หาลูก พ่อขอเวลาถึงเสาร์หน้านะ แล้วพ่อจะเล่าให้ฟัง กดส่ง แล้วเปิดแชตของก้อยค้างไว้ นิ้วโป้งอยู่เหนือแป้นพิมพ์จนจอดับเอง งานสนามบินเด้งเข้ามาพอดี ผมกดรับ
ข้อคิดท้ายบท
- ก้อยยังชวนกินข้าวกับพ่อ ชาลีเดินออกมาก่อนเพราะรับคำปฏิเสธเรื่องของขวัญไม่ได้
- ข้าวหอมต้องรู้ว่าพ่อจะคุยเมื่อไร จึงไม่ต้องรอโดยคิดว่าตัวเองทำผิด
จบบทที่ 3
ผ่อนคืน
ชวนคิดต่อ
เวลาคุณโกรธใครสักคน ใครในบ้านที่โดนความเงียบนั้นไปด้วย
แหล่งอ้างอิงของบทนี้ (1)
- Alljit Podcast, Learn & Share. (2023, 7 พฤษภาคม). อย่าใช้ความเงียบทำลายกัน Silent Treatment [04:41–05:27; 07:48–07:52; 08:06–08:43]. YouTube https://www.youtube.com/watch?v=OU2nRkg02cQ บทความสรุป: Alljit Blog (2023, 8 พฤษภาคม) อย่าใช้ความเงียบทำร้ายกัน ความเงียบทำลายความสัมพันธ์ Silent Treatment (หัวข้อ เงียบ ที่ไม่ใช่การขอเวลาพักให้อารมณ์เย็นลง; ฝ่ายที่ถูกเมินเฉยมีความภูมิใจในตัวเองต่ำลง; ขอเวลานอกถ้าไม่พร้อม) (พิธีกรของรายการ ไม่ใช่นักจิตวิทยา) เล่าความด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ได้ยกคำพูด ลิงก์
