บทที่ 6 จาก 10 · ราว 7 นาที
จาก “แต่” สู่ “และ”
ขอบคุณได้โดยไม่ต้องแกล้งทำว่าไม่เจ็บ
วันจันทร์ 10 โมง 15 นาที หัวหน้าฝ่ายขายเปิดตารางยอดของทีมขึ้นจอ ชื่อต้นอยู่บรรทัดล่างสุด 1.2 ล้านจากเป้า 2 ล้าน หัวหน้าพูดต่อหน้าคนอีก 9 คน “ต้น ปีนี้เป็นอะไร ยอดแบบนี้จะให้พี่ไปตอบข้างบนว่าไง”
ต้นตอบว่า “ผมจะเร่งครับ” แล้วนั่งมองขอบโต๊ะไปจนจบประชุม ไม่มีใครในห้องมองหน้าเขา
ต้นอายุ 36 ขายเครื่องมือแพทย์ ออฟฟิศอยู่พระราม 9 เงินเดือน 25,000 บวกค่าคอม ซึ่งปีนี้แทบไม่มี ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม แม่ประไพวัย 67 ลื่นในห้องน้ำที่สุพรรณบุรีจนข้อมือหัก ต้นรับแม่มาอยู่คอนโด 1 ห้องนอนที่ลาดพร้าว ให้แม่นอนเตียง ตัวเองนอนโซฟา และลาพาแม่ไปตรวจจนนับวันลาไม่ทัน
เย็นวันจันทร์ กับสมุดจดยาของแม่
เย็นวันเดียวกัน 1 ทุ่มครึ่ง เขาต้มข้าวต้มปลาให้แม่ แม่ดูละครเก่าที่ฉายซ้ำ หัวเราะจนข้าวต้มหกใส่เฝือก “ลูกทำอร่อยกว่าแม่แล้วนะ” ต้นเช็ดเฝือกให้ แล้วหัวเราะตาม เป็นครั้งแรกของวัน
ตั้งแต่แม่มาอยู่ด้วย ต้นจดยากับค่าความดันตามที่ต้องติดตามในสมุดนักเรียนเล่มละ 20 บาท ต่อมาซื้ออีกเล่มเขียนถึงวันของตัวเอง 1 บรรทัด แม่เคยหยิบผิดเล่ม เขาจึงเก็บของตัวเองไว้ฝั่งที่นอนบนโซฟา
3 ทุ่ม 10 นาทีคืนนั้น น้าส่งข้อความเข้ากลุ่มไลน์ครอบครัว “เหนื่อยก็เหนื่อยนะต้น แต่ยังดีที่แม่ยังอยู่ให้ดูแล บางคนอยากดูแลยังไม่มีโอกาสเลย” 5 ทุ่ม ต้นเขียนบรรทัดของวันจันทร์ “โดนด่ากลางห้องประชุม แต่ก็ยังดีกว่าคนตกงาน ต้องรู้จักขอบคุณ” คืนวันศุกร์เขาเขียนอีกบรรทัด “แม่หัวเราะทั้งเย็น แต่ยอดเดือนนี้ก็ยังไม่ถึงอยู่ดี”

แต่ กับ และ
เมื่ออ่านบันทึกย้อน ต้นเห็นว่าพอเขียนเรื่องหัวหน้าก็รีบเตือนว่าควรขอบคุณที่ยังมีงาน พอเขียนเรื่องแม่ก็กลับมาตำหนิตัวเองเรื่องยอด เขาให้แต่ละเรื่องแย่งที่กันจนไม่ได้เขียนประโยคที่อยากพูดจริงๆ ว่าเหนื่อยและอยากให้เกดช่วยบ้าง ความคิดว่าลูกที่ดีไม่ควรบ่นยังทำให้เขาเลื่อนการโทรออกไป
งานที่ไม่ถึงเป้ายังต้องแก้ และเสียงหัวเราะของแม่ก็เกิดขึ้นจริง ต้นลองเขียนวันจันทร์ใหม่โดยไม่เอาเรื่องหนึ่งมาปิดอีกเรื่อง เขาไม่ได้ต้องเปลี่ยนคำว่าแต่ทุกครั้งที่ใช้
ประโยคเดิม: “โดนด่ากลางห้องประชุม แต่ก็ยังดีกว่าคนตกงาน ต้องรู้จักขอบคุณ”
ประโยคใหม่: “วันนี้โดนด่ากลางห้องประชุม และเย็นนี้แม่หัวเราะจนข้าวต้มหก”
ต้นอ่านแล้วเติมอีกบรรทัดว่าอยากมีคนพาแม่ไปตรวจแทนสักครั้ง เขายังลังเลที่จะส่งให้เกด ถ้าน้องช่วยไม่ได้ เขาจะต้องได้ยินคำว่าไม่ได้จากคนที่หวังพึ่ง

ขอบคุณแบบลืมตา
ความขอบคุณที่ไม่ปิดตาแบบนี้มีคนเขียนไว้นานแล้ว มาร์คัส ออเรลิอัส เขียนเตือนตัวเองไว้ในสมุดบันทึกว่า1
อย่าคิดถึงสิ่งที่ไม่มีราวกับว่ามีอยู่แล้ว แต่จงนับสิ่งที่ดีที่สุดในบรรดาที่มีอยู่ แล้วเตือนตัวเองว่า ถ้าไม่มีมัน เจ้าจะตามหามันแค่ไหน พร้อมกันนั้นจงระวัง อย่าให้ความยินดีกับมัน ทำให้เจ้าเคยชินกับการให้ค่ามันจนเกินไป จนถ้าวันหนึ่งมันไม่อยู่ เจ้าจะว้าวุ่น
ต้นอ่านถึงช่วงที่กล่าวว่าสิ่งที่รักอาจไม่ได้อยู่ตลอดไปแล้วนึกถึงแม่ เขาปิดสมุดไว้ก่อน คืนนี้ยังไม่อยากพาความคิดไปถึงวันนั้น สิ่งที่รู้แน่คือแม่หัวเราะกับละครได้ และพรุ่งนี้ยังมีเรื่องนัดตรวจที่ต้องหาคนช่วย
ในการทดลองที่ถูกพูดถึงบ่อย นักศึกษาที่เขียนเรื่องขอบคุณสัปดาห์ละครั้งนาน 10 สัปดาห์รู้สึกดีกับชีวิตโดยรวมกว่า และรายงานว่าไม่สบายตัวน้อยกว่า2 งานรวมผลภายหลังพบประโยชน์เพิ่มเล็ก และแทบไม่ต่างจากแบบฝึกทางใจอื่น3 ใครจะลองเขียนก็ได้ แต่ไม่ใช่ยา และใช้แทนคนมาช่วยดูแม่ไม่ได้
ข้อความจากน้า กับโทรศัพท์ถึงเกด
ต้นพิมพ์ตอบน้า 3 รอบแล้วลบ กลัวแม่อ่านด้วยและคิดว่าตัวเองเป็นภาระ เขาไม่ได้รู้ว่าน้าตั้งใจให้เลิกบ่นหรือเพียงพูดตามที่เคยได้ยิน คืนนั้นยังตอบในหัวว่า “ใช่ ผมโชคดีที่แม่ยังอยู่ และผมก็เหนื่อยจริงๆ”
วันพุธ เขาเดินไปหาเบียร์ เซลส์รุ่นน้องที่ไปพบลูกค้าแทนในวันที่เขาพาแม่ไปเอกซเรย์ “เบียร์ ขอบคุณที่ไปบางนาแทนพี่นะ พี่รู้ว่าขับไปกลับเกือบ 3 ชั่วโมง” เบียร์ทำหน้างง แล้วยิ้ม ความขอบคุณในสมุดเป็นของต้นคนเดียว ประโยคนี้ไปถึงอีกคน
คืนวันเสาร์ ต้นโทรหาเกด น้องสาววัย 33 ที่ทำกะโรงแรมในภูเก็ต บอกว่า “เหนื่อยว่ะ อยากให้เกดช่วยบ้าง” เกดถามว่าจะให้ลาออกหรือ พี่น้องเงียบใส่กันอยู่พักหนึ่งก่อนคุยใหม่ เธอรับแม่ไปไม่ได้ แต่ช่วยได้ 3,000 ต้นรับไว้และตกลงว่าจะไปหาว่าจ้างคนช่วยได้กี่วัน ไม่ใช้คำว่าแค่นี้เองที่เกือบหลุดออกมา
ต้นขอบคุณเกดแล้วบอกว่ายังต้องคุยตารางตรวจของแม่ เธอขอให้ส่งวันมาก่อน จะดูว่าสลับกะได้ไหม ยอดยังไม่ถึงเป้า คืนนี้แม่เรียกให้ช่วยเปลี่ยนช่องทีวี ต้นอยากนอนแต่ลุกไป และลดเสียงให้เบากว่าเดิมก่อนกลับโซฟา
จุดสำคัญของบทนี้
ต้นรักแม่และต้องการคนช่วยดูแลได้พร้อมกัน บรรทัดในสมุดมีที่ให้ทั้งคู่ แต่ตารางช่วยกันยังต้องคุยกับเกด
จบบทที่ 6
จาก “แต่” สู่ “และ”
คำถามท้ายบท
“วันนี้มีเรื่องยากเรื่องไหน ที่วางคู่กับเรื่องดีได้โดยไม่ต้องลบกัน”
คำตอบเก็บไว้ในเครื่องหรือบัญชีของคุณ ไม่ส่งให้ AI อ่าน
แหล่งอ้างอิงของบทนี้ (3)
- Marcus Aurelius. Meditations (Τὰ εἰς ἑαυτόν), Book VII, §27. Greek text (ed. J. H. Leopold, 1908): Wikisource. ถ้อยคำไทยในเล่มแปลเองจากต้นฉบับกรีก (our rendering). Public-domain English reference: G. Long (Trans., 1862), Project Gutenberg eBook #15877 ลิงก์
- Emmons, R. A., & McCullough, M. E. (2003). Counting blessings versus burdens: An experimental investigation of gratitude and subjective well-being in daily life. Journal of Personality and Social Psychology, 84(2), 377–389. https://doi.org/10.1037/0022-3514.84.2.377 PMID 12585811. (การศึกษาที่ 1 นักศึกษา 192 คน สิบสัปดาห์) สรุปผลด้วยถ้อยคำของเราเอง ลิงก์
- Davis, D. E., Choe, E., Meyers, J., Wade, N., Varjas, K., Gifford, A., Quinn, A., Hook, J. N., Van Tongeren, D. R., Griffin, B. J., & Worthington, E. L., Jr. (2016). Thankful for the little things: A meta-analysis of gratitude interventions. Journal of Counseling Psychology, 63(1), 20–31. https://doi.org/10.1037/cou0000107 PMID 26575348. (เทียบกับกิจกรรมอื่น d ≈ .14–.17; เทียบกับแบบฝึกทางจิตวิทยาอื่น d = −.03) สรุปผลด้วยถ้อยคำของเราเอง ลิงก์
