บทที่ 2 จาก 10 · ราว 7 นาที
จาก “ทำไม่ได้” สู่ “ยังทำไม่ได้”
ฝีมือโตได้จริง แต่คำว่ายังจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีคนหาว่ายังขาดอะไร
วันจันทร์ บ่ายโมง 40 ครูแอนแจกกระดาษสอบเรื่องเศษส่วนคืนให้เด็ก ป.4 กระดาษของภูมิ เด็กชายวัย 10 ขวบที่นั่งแถวหลังสุด ได้ 3 คะแนนจาก 20 ใต้คะแนนมีดินสอเขียนตัวเล็กๆ เอียงๆ ไว้ว่า “ผมโง่เลขครับ”
โปสเตอร์จากห้องอบรม
ต้นเทอม แอนเพิ่งไปอบรม 2 วันที่โรงแรมในตัวเมือง กลับมาพร้อมโปสเตอร์สีสดกับสติกเกอร์อีก 1 ปึก โปสเตอร์เขียนว่า ฉันยังทำไม่ได้ ยัง เธอติดมันไว้เหนือไวต์บอร์ด และจำคำของวิทยากรกลับมาด้วย ให้ชมความพยายาม อย่าชมความเก่ง
วันที่ภูมิได้ 3 คะแนน แอนไปย่อตัวข้างโต๊ะเขา ยิ้ม แล้วพูดเบาๆ ตามที่อบรมมา “ไม่เป็นไรนะ หนูพยายามดีแล้ว” ภูมิพยักหน้า แล้วพับกระดาษใส่กระเป๋า 2 สัปดาห์ต่อมา สอบย่อยอีกรอบ เขาได้ 4

คืนนั้นแอนตรวจกระดาษจนเกือบ 4 ทุ่ม พอถึงของภูมิก็คิดว่า เด็กคนนี้คงไม่ถนัดเลขจริงๆ เธอหยิบสติกเกอร์ให้ความพยายามมาติด แล้วกลับไปดูข้อสอบของคนที่คะแนนขึ้น พอเห็นว่าภูมิผิดข้อเดิม เธอยังเลื่อนแผ่นนั้นไปไว้ท้ายกอง
คำว่ายังมาจากไหน
ในการทดลองที่ทำให้ความคิดนี้ดัง เด็กประถมปลายทำโจทย์ชุดแรกแล้วถูกชมแบบใดแบบหนึ่ง เด็กที่ถูกชมว่าเก่ง พอเจอชุดยากก็ถอยง่ายกว่า และตอนเล่าคะแนนให้เด็กโรงเรียนอื่นฟัง ก็บอกคะแนนตัวเองสูงเกินจริงบ่อยกว่าเด็กที่ถูกชมว่าพยายาม1 แครอล ดเว็ก นักจิตวิทยาเจ้าของงานชุดนี้ อธิบายว่าคนเรามีความเชื่อเรื่องความสามารถ 2 แบบ แบบหนึ่งเชื่อว่ามันตายตัว อีกแบบเชื่อว่ามันโตได้ด้วยการฝึก2
เมื่อนำแนวคิดไปศึกษาเพิ่ม ผลไม่ได้สม่ำเสมอเหมือนข้อความบนโปสเตอร์ งานที่ทดลองซ้ำเรื่องคำชมกับเด็ก 624 คนส่วนใหญ่ไม่พบผลแบบเดิม3 การทดลองในสหรัฐฯ กับนักเรียน 12,490 คน ใช้บทเรียนออนไลน์ไม่ถึง 1 ชั่วโมง พบว่าในกลุ่มที่มีผลการเรียนเดิมต่ำกว่า เกรดเฉลี่ยวิชาหลักสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบประมาณ 0.10 คะแนน โดยขนาดผลแตกต่างตามสภาพแวดล้อมของโรงเรียน รวมถึงการที่เพื่อนยอมรับการลองโจทย์ยาก4 บททบทวนและวิเคราะห์รวมในปี 2023 ยังได้ข้อสรุปต่างกันเกี่ยวกับขนาดผลและเงื่อนไขที่อาจช่วยให้ได้ผล56 จึงไม่ควรใช้คำว่ายังเป็นคำรับรองว่าคะแนนของเด็กคนใดจะดีขึ้น
ดเว็กเคยเตือนเรื่องชมความพยายามโดยที่เด็กไม่ได้เรียนรู้อะไรเพิ่ม คำชมควรผูกกับวิธีและความก้าวหน้าจริง7 ของแอน สติกเกอร์ยังอยู่บนกระดาษ แต่เธอไม่ได้ให้ภูมิลองทำข้อที่ผิดให้ดู จึงยังไม่รู้ว่าเขาติดตรงไหน
20 นาทีหลังเลิกเรียน
เดือนกรกฎาคม แอนเริ่มนั่งกับภูมิหลังเลิกเรียน 20 นาที สัปดาห์ละ 3 วัน ยายวัย 68 เป็นคนรอรับ ส่วนพ่อทำงานฟาร์มผักเกาหลีมา 3 ปี แอนโทรนัดกับยายก่อนทิ้งกุญแจรถลงกระเป๋า ทางกลับจากโรงเรียนบ้านไผ่ 28 กิโลยังต้องขับอยู่ เธอให้ภูมิทำโจทย์ทีละข้อแล้วพูดว่าคิดยังไง วันที่ 3 จึงเห็นว่าเขาท่องได้ถึงแม่ 5 เลยจากนั้นเดาทั้งหมด
ตอน ป.3 ยายเข้าโรงพยาบาลเกือบ 1 เดือน ภูมิไปอยู่กับน้าที่อำเภออื่นและขาดเรียน ช่วงนั้นห้องท่องแม่ 6 ถึงแม่ 9 พอดี ในสมุดที่ส่งต่อมามีบันทึกวันขาด แอนเคยเห็น แต่ยังไม่ได้ถามว่าเขาเรียนช่วงนั้นทันหรือไม่
แอนมัดไม้ไอติมกำละ 6 อัน ให้ภูมินับ 7 กำ บางวันเขายังนับข้าม บางวันยายมารอจนเขาไม่อยากอยู่ต่อ เธอต้องนัดเวลาที่ทั้งคู่รอได้ แอนนึกถึงตอนยายสอนห่อขนมใส่ไส้ตอนอายุ 12 ห่อแรกๆ เบี้ยวจนแกะเกือบ 10 ห่อ แต่การจำภาพนั้นไม่ได้ทำให้เธอมีเวลาหลังเลิกเรียนเท่ากันทุกวัน

แอนเลิกเขียนว่าไม่ถนัด แล้วบันทึกว่าภูมิยังไม่ได้แม่ 6 ถึงแม่ 9 เพื่อให้กลับมาฝึกถูกจุด ส่วนประโยคของภูมิ เธอเคยให้เขียนท้ายแบบฝึกทุกครั้ง วันหนึ่งเขาถามว่าท่องประโยคนี้แล้วคะแนนจะขึ้นไหม เธอต้องตอบว่ายังต้องดูวิธีทำ ไม่ใช่เขียนคำว่ายังเพิ่มเฉยๆ
ประโยคเดิม: “ผมทำไม่ได้”
ประโยคใหม่: “ผมยังคูณ 7 ไม่ได้ วันพุธจะท่องแม่ 7 กับครู”
สอบเดือนกุมภาพันธ์
สอบปลายภาค ภูมิได้ 11 จาก 20 เขาทำโจทย์ได้เพิ่มขึ้น แต่ยังมีหลายข้อที่ต้องกลับไปดูวิธีคิด วันที่เหนื่อย เขายังพูดว่า “ผมโง่” เหมือนเดิม แต่บ่ายวันหนึ่ง แอนเห็นเขาเขียนคำว่ายังไว้ที่ขอบกระดาษ ข้างข้อที่ทำผิด ไม่มีใครบอกให้เขียน
โปสเตอร์ลอกหลุดตั้งแต่ฝนเดือนสิงหาคม แอนไม่ติดกลับ ปีหน้าจะย้ายไปโรงเรียนใกล้บ้าน เลิกขับไปกลับวันละ 56 กิโล โดยยังผ่อนรถเดือนละ 6,900 จากเงินเดือน 21,400 ภูมิถามว่าใครจะมานั่งด้วย เธอตอบว่าจะคุยกับครูคนใหม่ แต่ยังรับปากตารางไม่ได้ แอนเขียนข้อที่ทำได้และยังทำผิดส่งต่อ พร้อมเวลาที่ยายมารับ เธอเขียนชื่อครูใหม่ไว้ แต่ช่องเวลายังเว้นว่าง
จุดสำคัญของบทนี้
ของภูมิ คำว่ายังมีประโยชน์เมื่อครูรู้ว่าเขาติดตรงไหนและมีเวลาฝึก คำนั้นอย่างเดียวไม่รับประกันคะแนนครั้งหน้า
จบบทที่ 2
จาก “ทำไม่ได้” สู่ “ยังทำไม่ได้”
คำถามท้ายบท
“เรื่องไหนที่คุณเคยบอกว่าทำไม่ได้ ทั้งที่จริงคือยังไม่ได้ฝึก”
คำตอบเก็บไว้ในเครื่องหรือบัญชีของคุณ ไม่ส่งให้ AI อ่าน
แหล่งอ้างอิงของบทนี้ (7)
- Mueller, C. M., & Dweck, C. S. (1998). Praise for intelligence can undermine children's motivation and performance. Journal of Personality and Social Psychology, 75(1), 33–52. https://doi.org/10.1037/0022-3514.75.1.33 PMID 9686450. (เด็กชั้นประถมปีที่ห้า หกการศึกษา เรื่องการรายงานคะแนนเกินจริงอยู่ในการศึกษาที่ 3) สรุปผลด้วยถ้อยคำของเราเอง ลิงก์
- Dweck, C. S. (2006). Mindset: The new psychology of success. Random House. สรุปความคิดเรื่องความเชื่อว่าความสามารถตายตัวหรือโตได้ ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ได้ยกหรือแปลข้อความจากหนังสือ ลิงก์
- Li, Y., & Bates, T. C. (2019). You can't change your basic ability, but you work at things, and that's how we get hard things done: Testing the role of growth mindset on response to setbacks, educational attainment, and cognitive ability. Journal of Experimental Psychology: General, 148(9), 1640–1655. https://doi.org/10.1037/xge0000669 PMID 31464486. (เด็ก 624 คน การทดลองซ้ำเรื่องคำชมส่วนใหญ่ไม่พบผลแบบเดิม) สรุปผลด้วยถ้อยคำของเราเอง ลิงก์
- Yeager, D. S., Hanselman, P., Walton, G. M., Murray, J. S., Crosnoe, R., Muller, C., … Dweck, C. S. (2019). A national experiment reveals where a growth mindset improves achievement. Nature, 573(7774), 364–369. https://doi.org/10.1038/s41586-019-1466-y PMID 31391586. (นักเรียน 12,490 คน 65 โรงเรียน กลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนระดับประเทศ; นักเรียนที่เรียนอ่อน เกรดเฉลี่ยวิชาหลัก +0.10; เกรดของนักเรียนที่เรียนดีไม่เปลี่ยน แต่โดยรวมการลงเรียนคณิตศาสตร์ขั้นสูงเพิ่มขึ้น; ผลต่อเกรดเกิดเมื่อบรรทัดฐานของเพื่อนสอดคล้องกับบทเรียน) สรุปผลด้วยถ้อยคำของเราเอง ลิงก์
- Macnamara, B. N., & Burgoyne, A. P. (2023). Do growth mindset interventions impact students' academic achievement? A systematic review and meta-analysis with recommendations for best practices. Psychological Bulletin, 149(3–4), 133–173. https://doi.org/10.1037/bul0000352 PMID 36326645. สรุปผลด้วยถ้อยคำของเราเอง ลิงก์
- Burnette, J. L., Billingsley, J., Banks, G. C., Knouse, L. E., Hoyt, C. L., Pollack, J. M., & Simon, S. (2023). A systematic review and meta-analysis of growth mindset interventions: For whom, how, and why might such interventions work? Psychological Bulletin, 149(3–4), 174–205. https://doi.org/10.1037/bul0000368 PMID 36227318. สรุปผลด้วยถ้อยคำของเราเอง ลิงก์
- Dweck, C. S. (2015, September 22). Carol Dweck revisits the 'growth mindset'. Education Week, 35(5), 20, 24. สรุปความด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ได้ยกคำพูดตรง ลิงก์
