บทที่ 3 จาก 8 · ราว 5 นาที
เสียงพ่อในปากเรา
เราไม่ได้เลือกทางเก่า แต่ทางใหม่ต้องเดินเอง
วันพุธ 6.52 น. อีก 8 นาทีรถรับส่งนักเรียนจะมาถึงหน้าบ้าน ภีมทำนมช็อกโกแลตหกใส่เสื้อนักเรียนตัวเดียวที่ยังขาวอยู่ ชัชได้ยินเสียงตัวเองตะโกนก่อนจะทันคิด “ทำอะไรไม่เคยได้เรื่องสักอย่าง”
ประโยคนั้นเป็นของปู่เชิด พ่อของเขาที่สุพรรณบุรี ตอนชัชอายุ 9 ขวบ เขาทำกระสอบปุ๋ยหล่นลงคลองส่งน้ำ ปู่เชิดยืนตะโกนประโยคนี้อยู่บนคันนา คำต่อคำ แล้วให้ลูกลงไปงมกระสอบขึ้นมาเองจนปากเขียว
ตอนนี้ชัชอายุ 41 เป็นช่างแอร์ที่ลูกค้าชมว่าใจเย็น เขาไม่คิดว่าจะได้ยินตัวเองพูดประโยคเดียวกับพ่อ เช้านี้ภีมยกไหล่ขึ้นจนเกือบชิดหู ชัชรู้จักท่านั้นดี เขาเคยยืนท่านั้นมาก่อน
สัญญาที่อยู่ได้ 3 วัน
คืนนั้นชัชนั่งข้างเตียงลูก แล้วพูดเหมือนสาบานว่า “พ่อจะไม่ตะโกนใส่ภีมอีกแล้ว” วันเสาร์เขาตะโกนอีก เพราะหารีโมตทีวีไม่เจอ ซึ่งสุดท้ายอยู่ใต้หมอนอิงที่เขานั่งทับอยู่เอง
พอนุชถามว่าเป็นอะไรของพี่ เขาตอบว่า “พี่ก็ลูกพ่อพี่แหละ เปลี่ยนไม่ได้หรอก” แล้วเลิกพยายามไป 2 สัปดาห์ นุชไม่เถียง เธอย้ายรีโมตมาวางตรงที่ชัชมองเห็นง่าย ภีมเริ่มถามแม่ก่อนหยิบของในห้องรับแขก แม้พ่อจะนั่งอยู่ใกล้กว่า ชัชเห็นแล้วก็ยังไม่รู้จะพูดอย่างไรโดยไม่ต้องทวนคำสาบานเดิม
ทำก่อน แล้วจึงเป็น
อริสโตเติลสังเกตว่าคนเป็นช่างก่อสร้างได้ด้วยการลงมือสร้าง และเป็นคนกล้าได้ด้วยการทำสิ่งที่กล้า1 ชัชพูดว่าตัวเองเปลี่ยนไม่ได้มาหลายครั้ง แต่ไม่เคยตกลงกับนุชเลยว่าเมื่อเสียงเริ่มดัง เขาจะทำอะไรแทน
ผู้ใหญ่ที่หัดโยนรับลูกบอล 3 ลูกนาน 3 เดือน มีปริมาตรเนื้อสีเทาในสมองบางส่วนเพิ่มขึ้น เมื่อหยุดฝึกอีก 3 เดือน ส่วนที่เพิ่มก็ลดลง2 งานนี้วัดทักษะโยนบอล ไม่ได้บอกว่าชัชจะหยุดตะโกนเมื่อไร เขายังต้องกลับไปเจอเด็กที่เขาทำให้กลัวในครัวของตัวเอง

ทางใหม่ยาว 3 เมตร
ทางใหม่ที่ชัชเลือกยาวแค่ 3 เมตร จากโต๊ะกินข้าวถึงมอเตอร์ไซค์ที่จอดหน้าบ้าน เขาตกลงกับตัวเองว่าเมื่อไหร่หูเริ่มร้อน ให้เดินออกไปนั่งบนรถ เช็ดกระจกมองข้างให้ครบ 2 บาน แล้วค่อยเดินกลับเข้ามา
เดือนแรกเขาทำได้ 1 ครั้งจาก 4 ครั้ง และรู้สึกเก้อที่ออกมานั่งบนรถโดยไม่ติดเครื่องตอน 1 ทุ่ม ยายศรีแม่ค้ากล้วยทอดปากซอยเดินผ่านมา ชะโงกหน้าถามว่า “จะไปไหนชัช”
“ไม่ไปไหนป้า” เขาตอบ แล้วเช็ดกระจกต่อ ครั้งแรกที่นุชเห็นก็ถามแบบเดียวกัน เขาบอกว่าออกมาเช็ดกระจก นุชมองหน้าเขาอยู่พักหนึ่ง แล้วไม่ถามอีกเลย

เดือนที่ 3 ภีมทำแก้วน้ำแตกบนพื้นครัว ชัชรู้สึกหูร้อนวูบขึ้นมา ก่อนเขาจะอ้าปาก ภีมพูดขึ้นเบาๆ ว่า “พ่อ ไปนั่งมอไซค์ก่อนไหม” เขาไป นั่งเช็ดกระจกจนครบ 2 บาน ระหว่างนั้นได้ยินเสียงไม้กวาดในครัว พอกลับเข้าไป เขารับไม้กวาดจากลูกและบอกให้ใส่รองเท้า ภีมส่งให้ทันทีโดยไม่มองหน้า
สัปดาห์ต่อมาเขาก็ยังขึ้นเสียงใส่นุชเรื่องบิลค่าไฟ และภีมยังสะดุ้งทุกครั้งที่ประตูปิดดัง คืนนั้นนุชบอกว่า “ออกไปเช็ดกระจกแล้วต้องกลับมาคุยนะพี่ อย่าให้ภีมคอยบอก” ชัชวางบิลลง มันยังต้องจ่ายเท่าเดิม และเขายังไม่พอใจยอดนั้น แต่คราวนี้นุชรอคำตอบอยู่ตรงหน้า
พอทำงานบ้านเสร็จ ชัชเรียกลูกมาบอกว่าคราวหน้าพ่อจะออกไปเอง ภีมถามว่าถ้าพ่อไม่ออกล่ะ เขาเกือบตอบว่าไม่มีคราวหน้าแล้ว แต่หยุดไว้ “บอกแม่ได้” ลูกพยักหน้าแล้วกลับไปหาสมุด ชัชยังนั่งอยู่ที่โต๊ะ ไม่แน่ใจว่าลูกเชื่อหรือแค่ไม่อยากคุยต่อ
จุดสำคัญของบทนี้
- ชัชออกไปพักได้ แต่ยังต้องกลับมารับผิดชอบสิ่งที่พูด
- ภีมไม่ควรต้องคอยเตือนให้พ่อหยุดตะโกน
- กระจกสะอาดขึ้น ยังไม่ได้แปลว่าลูกเลิกกลัวแล้ว
จบบทที่ 3
เสียงพ่อในปากเรา
คำถามท้ายบท
“ประโยคไหนที่หลุดจากปากคุณเวลาโมโห แล้วคุณรู้ว่าได้มาจากใคร”
คำตอบเก็บไว้ในเครื่องหรือบัญชีของคุณ ไม่ส่งให้ AI อ่าน
แหล่งอ้างอิงของบทนี้ (2)
- Aristotle. The Nicomachean ethics, Book II, ch. 1 (D. P. Chase, Trans.). Project Gutenberg eBook #8438. — ถ้อยคำภาษาไทยในเล่ม ทีม Alljit ถอดความเอง (our rendering) ลิงก์
- Draganski, B., Gaser, C., Busch, V., Schuierer, G., Bogdahn, U., & May, A. (2004). Neuroplasticity: Changes in grey matter induced by training. Nature, 427(6972), 311–312. PMID 14737157. ลิงก์
