บทที่ 4 จาก 8 · ราว 5 นาที
ลมทำให้ต้นไม้แข็งแรง
ความแข็งแรงที่อยู่ได้นาน คือโยกได้แล้วไม่ล้ม
7.15 น. เช้าวันหนึ่งปลายเดือนพฤษภาคม ที่ไฟแดงบนถนนบางนา–ตราด อรสะดุ้งตื่นเพราะเสียงแตรรถคันหลัง เธอหลับไปตอนไหนไม่รู้ ไฟเขียวไปแล้ว 1 รอบ เธอขับเข้าซอยมาจอดหน้าบ้านได้ แต่ลงจากรถไม่ได้ นั่งอยู่อย่างนั้น 40 นาที ชุดพยาบาลยังไม่ได้ถอด มือยังวางอยู่บนพวงมาลัย
ระหว่างนั้นไลน์เด้งขึ้นมา 2 ข้อความ ข้อความแรกจากกลุ่มเวร ถามว่าใครแลกเวรดึกคืนพรุ่งนี้ได้บ้าง ข้อความที่สองจากโอ๊ต น้องชาย “พี่ เดือนนี้โอนวันไหน” อรกดอ่านทั้ง 2 ข้อความ แล้วไม่ได้ตอบสักข้อความ
อรอายุ 45 เป็นพยาบาลโรงพยาบาลรัฐในสมุทรปราการ ลูกสาวคนโตจากสุรินทร์ที่เรียนพยาบาลด้วยเงินกู้ กยศ. เธอส่งเงินให้แม่เดือนละ 8,000 บาทมา 22 ปี และตั้งแต่ 2 ปีก่อน ก็ผ่อนรถกระบะแทนโอ๊ตวัย 38 อีกเดือนละ 6,200 บาท “รอบนี้รอบสุดท้ายนะพี่” เป็นรอบสุดท้ายครั้งที่ 3 แล้ว
เดือนหนึ่งเธอควบเวรดึกต่อเช้าราว 6 ครั้ง ครั้งละ 16 ชั่วโมง ในวอร์ดทุกคนพูดว่า “พี่อรไม่เคยป่วย” ไม่มีใครเคยได้ยินเธอพูดว่าไม่ไหว
ต้นสนที่ถูกขึงลวด
เคยมีการทดลองขึงลวดยึดต้นสนไว้ไม่ให้โยกตามลม ต้นที่ถูกขึงสูงพอๆ กับต้นที่ได้โยก แต่โคนต้นผอมกว่า และเมื่อปลดลวดหลังผ่านไป 2 ปี มันก็ยืนได้ไม่มั่นคง1

อรเป็นพยาบาลที่นิ่งที่สุดในวอร์ด คนไข้ทรุดตอนตี 3 เธอถึงเตียงเป็นคนแรก พอถึงบ้านจึงเปิดข้อความของโอ๊ต เขาขับกระบะรับจ้างขนของ งานหายไปเกือบครึ่งตั้งแต่โกดังแถวบ้านย้ายออก ทุกครั้งที่ขอเงิน เขาพิมพ์สุภาพกว่าปกติ อรเคยถามว่าขายรถได้ไหม น้องตอบว่า “ขายแล้วผมจะเอาอะไรทำงาน” เธอไม่มีคำตอบ จึงโอนให้อีกครั้งทั้งที่โกรธ
กิ่งแห้งหักง่าย
เล่าจื๊อเปรียบความอ่อนนุ่มของร่างกายและต้นไม้ที่ยังมีชีวิต กับความแข็งเมื่อไร้ชีวิต2 อรบอกคนอื่นให้พักเมื่อไม่ไหวได้ทันที ส่วนตัวเอง เธอคิดรายชื่อคนที่จะต้องรับเวรต่อจนหมดก่อน แล้วก็บอกว่าเอาไว้เดือนหน้า

ครั้งแรกที่อรพูดว่าไม่ไหว
ครั้งแรก อรเข้าไปขอหัวหน้าพยาบาลหยุดควบเวร รายได้หายไปเดือนละราว 4,800 บาท หัวหน้าเปิดตารางแล้วถามว่าหยุดตั้งแต่รอบหน้าได้ไหม อรบอกว่าขอรอบนี้ เธอเตรียมเหตุผลมา 3 ข้อ แต่พูดออกมาเพียงเรื่องหลับคาไฟแดง ระหว่างหัวหน้าโทรหาคนสลับเวร เธอนั่งรอและเกือบเรียกคืนคำขอ
ตอนเดินออกจากห้อง พยาบาลรุ่นน้องคนหนึ่งทักว่า “พี่อรไม่สบายเหรอคะ”
“เปล่า พี่แค่ไม่ไหว” อรตอบ แล้วตกใจที่คำนี้หลุดออกมาง่ายขนาดนั้น หลังจากทำงานมา 22 ปีโดยไม่เคยยอมพูด
ส่วนเรื่องโอ๊ต อรเริ่มพิมพ์ไลน์ตอนตี 2 แล้วลบทิ้ง พอถึง 6.10 น. จึงพิมพ์ใหม่และกดส่ง “เดือนหน้าพี่ไม่จ่ายค่างวดให้แล้วนะ พี่ไม่ไหวจริงๆ” ข้อความขึ้นว่าอ่านแล้ว แต่ไม่มีคำตอบอยู่ 3 สัปดาห์ แม่โทรมาว่า “น้องมันลำบากนะลูก” เดือนนั้นอรโอนให้ครึ่งเดียว 3,100 บาท แล้วหงุดหงิดตัวเองที่ยังโอน
วันแม่เดือนสิงหาคม อรกลับสุรินทร์ หลังพายุบ่ายผ่านไป เธอนั่งกับแม่บนชานบ้าน แล้วเอนหัวพิงไหล่แม่เป็นครั้งแรกตั้งแต่จำความได้ แม่ไม่พูดอะไร พัดวีต่อไปเรื่อยๆ พอนั่งกันได้สักพัก แม่ถามว่าได้คุยกับน้องหรือยัง อรหลับตาอยู่ที่เดิม “แม่ ขออยู่อย่างนี้ก่อน”

ถึงวันนี้อรยังไม่รู้ว่ารถกระบะของโอ๊ตจะโดนยึดไหม เขาตอบไลน์เธอด้วยสติกเกอร์อย่างเดียว เธอนอนได้ครบ 7 ชั่วโมงสัปดาห์ละ 3 คืน แต่เช้าที่เห็นชื่อเขาเด้งขึ้นมา ก็ยังเปิดบัญชีตัวเองดูก่อนอ่านข้อความ เงินเดือนที่ลดลงทำให้เธอต้องรอซื้อของบางอย่าง และยังไม่มีใครบอกว่าน้องจะทำอย่างไรต่อ
จุดสำคัญของบทนี้
- อรขอหยุดควบเวร พร้อมรายได้ที่ลดลงจริง
- การโอนครึ่งเดียวไม่ได้ทำให้เธอหมดห่วงน้อง
- เรื่องรถของโอ๊ตยังไม่จบ คืนที่อรได้นอนจึงยังมีความกังวลอยู่ด้วย
จบบทที่ 4
ลมทำให้ต้นไม้แข็งแรง
คำถามท้ายบท
“ตอนนี้คุณค้ำใครไว้อยู่ และถ้าคุณโยกบ้าง เขาจะยืนเองได้ไหม”
คำตอบเก็บไว้ในเครื่องหรือบัญชีของคุณ ไม่ส่งให้ AI อ่าน
