บทที่ 7 จาก 8 · ราว 6 นาที
“แฟนงี่เง่า” ขิม
ขิมส่งข้อความหาแฟน 14 ข้อความในชั่วโมงเดียว ทุกข้อความขึ้นว่าอ่านแล้ว
หลังตีหนึ่ง ฝนยังตกอยู่หน้าห้องเช่า ขิมนั่งกอดเข่าริมหน้าต่าง เลื่อนดูข้อความที่ส่งหาภูมิไปในชั่วโมงเดียว จากถามว่าถึงบ้านหรือยัง กลายเป็นถามว่าทำไมไม่ตอบ จนถึงประโยคว่าไม่ต้องตอบแล้วก็ได้
ทุกข้อความขึ้นว่าอ่านแล้ว
เธอพิมพ์คำว่าเลิกกันเถอะไว้ในช่องส่ง ลบออก พิมพ์ใหม่ แล้วก็ลบอีก ยังไม่ทันพ้นนาทีเธอก็กดดูว่าเขาขึ้นออนไลน์หรือยัง
ขิมอายุยี่สิบแปด ทำงานขายเครื่องสำอาง ต้องยืนเกือบทั้งวัน รายได้ส่วนหนึ่งส่งให้ย่าที่ร้อยเอ็ด ช่วงนี้ภูมิเงียบไปหลายสัปดาห์ พอเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนบอกว่าเธอขี้งอน ขิมก็ใช้คำว่างี่เง่าเรียกตัวเอง แต่ยิ่งพยายามหยุดส่งข้อความ เธอก็ยิ่งอยากรู้ว่าเขากำลังทำอะไร

“บอกว่าเขาผิด บอกว่าฉันโอเค” ขิมพิมพ์หาอ้อมกอด
“ขิมรอเขามาทั้งคืนแล้ว ถ้าเขาตอบมาตอนนี้ อยากได้ยินอะไรที่สุดคะ”
ขิมพิมพ์อยู่หลายครั้ง กว่าจะได้คำตอบสั้นๆ ว่า “ยังอยู่” แล้วส่งตามไปว่า “รู้ว่าไม่ควรส่ง แต่มือก็ส่ง”
อ้อมกอดถามว่าเวลาเห็นเขาอ่านแล้วเงียบ เธอกลัวอะไร ขิมวางนิ้วค้างบนช่องพิมพ์ ก่อนตอบว่ากลัวเขาลืมไปว่ามีเธออยู่
ตอนขิมยังเด็ก แม่ทำงานเย็บผ้าอยู่ที่สมุทรปราการ ส่วนเธออยู่กับย่าที่ร้อยเอ็ด ทุกวันอาทิตย์แม่จะโทรมาตอนหกโมงเย็น ขิมอาบน้ำตั้งแต่ห้าโมง เลือกชุดนอนตัวที่ชอบแล้วมานั่งใกล้ตู้ไม้ที่วางโทรศัพท์บ้าน
บางอาทิตย์แม่ต้องทำงานต่ออีกกะ โทรศัพท์จึงไม่ดัง ขิมรอจนหลับ ย่าอุ้มเข้าห้อง ตอนที่ยังพอรู้ตัวเธอถามว่าแม่ลืมหนูหรือเปล่า
“แม่คงเหนื่อย อาทิตย์หน้าค่อยคุยกัน” ย่าบอก
พอถึงอาทิตย์หน้า ขิมก็มาอาบน้ำรอใหม่ ไม่ได้ถามแม่ว่าอาทิตย์ก่อนหายไปไหน เพราะกลัวคุยเรื่องนี้แล้วจะหมดเวลาไปเสียก่อน

ขิมกลับมามองโทรศัพท์ในมือ พิมพ์เล่าเรื่องนั้นให้อ้อมกอดฟัง แล้วเขียนต่อว่า “มันเหมือนตอนรอแม่เลย แต่ภูมิไม่ใช่แม่”
เธอเปิดแชตภูมิอีกครั้ง ประโยคขอเลิกยังอยู่ในช่องพิมพ์ ขิมคัดลอกไปเก็บในแอปโน้ตแล้วลบจากแชต วางโทรศัพท์คว่ำไว้บนหมอน ไม่นานก็พลิกขึ้นดูใหม่ เธอยังเช็กอีกหลายครั้งกว่าจะหลับได้ คืนนั้นไม่มีคำตอบจากภูมิ
อีกสองวัน ขิมต่อรถเมล์มาที่ซอย รออยู่ใต้กันสาดแผงขนมที่ปิดแล้ว ภูมิกำลังเข็นรถออกจากบ้าน พอเห็นเธอก็จอดรถ หยิบร่มมากางให้ ขิมมองเสื้อแจ็กเก็ตกับกระเป๋าส่งอาหารที่เขาสวมอยู่
“เราไม่ได้มาต่อว่านะ” เธอพูดทั้งที่ยังโกรธ
ภูมิบอกว่าเขารับงานกลางคืน บางครั้งเปิดอ่านข้อความตอนจอดรอ แต่พอมีงานเข้าก็ต้องไปต่อ ที่ไม่เล่าเรื่องงานเพราะยังไม่กล้าบอกว่าเขาสอบไม่ผ่านอีกรอบตั้งแต่สามเดือนก่อน
“กลัวเธอผิดหวัง”
ขิมนิ่งไป เธออยากถามหลายอย่าง ทั้งเรื่องสอบ เรื่องที่เขาปิดไว้ และเหตุผลที่ปล่อยให้เธอรอ แต่เสียงเตือนรับงานดังขึ้น ภูมิก้มดูโทรศัพท์แล้วหันกลับมา
“ตอนจอดได้ ส่งสติกเกอร์มาหน่อยได้ไหม” ขิมถาม “ให้เรารู้ว่ายังอยู่”
เขาบอกว่าบางคืนมีงานต่อกันจนลืม ขิมเกือบพูดว่าส่งแค่นี้เอง แต่หยุดไว้ แล้วถามว่าถ้าบอกก่อนเริ่มวิ่งงานแทนได้ไหม ภูมิพยักหน้า ทั้งคู่ยังไม่ได้คุยเรื่องที่เหลือ เขาต้องไปรับอาหารแล้ว

เขาเอียงร่มมาทางเธอจนไหล่เปียก ขิมมองแล้วรู้สึกทั้งโกรธทั้งโล่งใจ เธออยากยืนคุยต่อ แต่รถเมล์เที่ยวสุดท้ายกำลังจะมา พอภูมิขี่รถพ้นโค้ง เธอก็ต้องรีบวิ่งไปที่ป้าย
คืนนั้นโทรศัพท์ข้างหมอนสว่างขึ้นหลังตีหนึ่ง มีสติกเกอร์หมีถือร่มส่งมาหนึ่งตัว ขิมมองอยู่นานแล้วส่งรูปแมวพยักหน้ากลับไป
เธอวางโทรศัพท์หงายไว้ ครั้งนี้ไม่ต้องคอยพลิกดูว่าเขาตอบหรือยัง ถึงอย่างนั้นกว่าจะหลับก็ช้ากว่าที่ตั้งใจ เรื่องสอบกับเรื่องที่ปิดกันไว้ไม่ได้หายไปเพราะสติกเกอร์ตัวเดียว
เช้าวันต่อมา ขิมขอให้หาเวลาคุยกันในวันหยุด ภูมิตอบว่าต้องดูกะก่อน เธออ่านแล้วพิมพ์ว่าได้ แต่คราวนี้ไม่ได้ส่งสติกเกอร์กลบประโยคที่ตัวเองอยากพูด
ข้อคิดท้ายบท
- ขิมจำการรอสายแม่ได้ แต่เธอยังต้องฟังเหตุผลของภูมิจากปากเขา
- ทั้งคู่หาวิธีส่งข่าวกันที่ไม่ต้องตอบข้อความระหว่างขี่รถ
- สติกเกอร์ช่วยให้ขิมพักจากการรอคืนนั้น เรื่องที่เหลือยังมีนัดต้องคุย
จบบทที่ 7
“แฟนงี่เง่า” ขิม
ชวนคิดต่อ
ปฏิกิริยาไหนของคุณที่แรงเกินเรื่องตรงหน้า และอาจกำลังตอบเรื่องเก่า
แหล่งอ้างอิงของบทนี้ (1)
- Pascal, B. (1958). Pascal's Pensées, §277 (W. F. Trotter, Trans.). E. P. Dutton. Project Gutenberg eBook #18269. เล่าความแนวคิดเรื่องหัวใจและเหตุผลตามฉบับแปลอังกฤษของ W. F. Trotter §277 ไม่ได้ยกคำแปลตรง ลิงก์
