บทที่ 6 จาก 8 · ราว 6 นาที
“แม่ขี้ควบคุม” ดาว
แม่โทรมา 11 สายในวันเดียว เพราะคืนหนึ่งเมื่อ 35 ปีก่อน มีมือเล็กๆ หลุดไปจากมือเธอ
ถ้าตอนนี้ยังไม่พร้อม พักไว้ก่อนได้เสมอ
วันนั้นแม่โทรหามายด์สิบเอ็ดสาย สี่สายดังระหว่างประชุม เธอกดตัดแล้วส่งข้อความบอกว่าติดงาน แต่ไม่นานโทรศัพท์ก็สั่นอีก
หลังประชุม ผู้จัดการเรียกเธอไว้ บอกว่าช่วงทดลองงานไม่ควรออกไปรับโทรศัพท์บ่อย มายด์พยักหน้ารับ ทั้งที่เพิ่งออกไปรับจริงๆ เพียงครั้งเดียว เธอไม่อยากอธิบายเพิ่มและทำให้คนทั้งทีมต้องรู้เรื่องแม่
มายด์อายุยี่สิบสี่ เพิ่งเริ่มงานแรก เงินเดือนพอจ่ายค่าห้องและค่าใช้จ่ายโดยไม่ต้องขอทางบ้าน แม่ชื่อดาว ทำครัวโรงเรียน พ่อไปทำงานที่เกาหลีได้สามปีแล้ว แม่อยู่บ้านคนเดียวและอยากรู้ว่าลูกอยู่ที่ไหนตลอดเวลา ถ้าวันไหนมายด์ปิดแชร์ตำแหน่ง โทรศัพท์จะดังถี่กว่าเดิม
คืนก่อนเธอขอไปเชียงใหม่กับเพื่อน แม่ห้ามทันที โดยเฉพาะเรื่องนั่งรถทัวร์ตอนกลางคืน
กลับถึงห้อง มายด์คัดลอกข้อความของแม่ไปให้อ้อมกอดอ่าน ตั้งแต่ถึงหรือยัง กินข้าวหรือยัง ทำไมไม่รับสาย อยู่กับใคร ไปจนถึงคำสั่งให้เปิดตำแหน่ง แล้วถามแอปว่า “แม่ขี้ควบคุมที่สุด หายใจไม่ออก เธอก็ว่าใช่ไหม”

อ้อมกอดถามว่าแม่โทรตามอย่างนี้มาตั้งแต่เมื่อไร มายด์กำลังจะตอบว่าตั้งแต่โตขึ้น แต่พอนึกจริงๆ ก็จำได้ว่าแม่เป็นอย่างนี้มาตลอด
ตอนเธออายุสิบห้า แม่ยังจับมือข้ามถนนหน้าโรงเรียนแน่นจนเจ็บ เธออายที่เพื่อนเห็น จึงสะบัดมือออก ตอนนั้นจำได้แต่สีหน้าแม่ ไม่เคยถามสักครั้งว่าทำไมแม่ถึงกลัวนัก
มายด์โทรหาน้าต่อ น้องชายของแม่ ถามว่าตอนเด็กๆ แม่เคยเจออะไรหรือเปล่า น้าเงียบไปพักหนึ่ง ได้ยินเสียงรถไฟผ่านหลังบ้านของเขา
“คนที่หายไปคือน้าเอง”
น้าเล่าว่าในปี 2534 ยายให้ดาวจูงน้องไปดูลิเกที่งานวัดริมทางรถไฟ แม่เพิ่งสิบขวบ น้าต่ออายุสี่ขวบ ตอนมีพลุ แม่ปล่อยมือเพื่อเงยหน้าดู พอหันกลับมา น้องก็ไม่อยู่ข้างตัวแล้ว ทั้งบ้านออกตามหาจนสว่าง

เช้ามืด คนงานรถไฟร่างผอมสูงจูงเด็กชายมาส่งถึงบ้าน บอกสั้นๆ ว่าเจออยู่ข้างราง แล้วก็เดินกลับไป ตาไม่ได้ว่าน้องที่หลง แต่หันมาบอกดาวว่า ถ้าจับมือน้องไว้ น้องก็คงไม่หาย
“แม่หนูไม่คุยเรื่องนี้เลย” น้าต่อบอก “ขนาดกับน้าเองก็ไม่พูด”
มายด์ถามว่าแม่รู้ไหมว่าน้ากำลังเล่าให้เธอฟัง เขาตอบว่ายังไม่ได้บอก มายด์นั่งมองข้อความของแม่ที่ค้างอยู่บนจอ ก่อนขอบคุณน้าแล้ววางสาย

คืนนั้นมายด์ถามอ้อมกอดว่าโทรหาแม่ให้ได้ไหม บอกให้ทีว่าเธอไม่ได้เป็นอะไร
“อ้อมโทรหาแม่ให้ไม่ได้ค่ะ แต่ช่วยมายด์เรียบเรียงข้อความที่จะคุยด้วยได้”
มายด์ลองร่างประโยคแรกว่าแม่ต้องเลิกโทรตาม แล้วลบทิ้ง ประโยคต่อมาคือหนูโตแล้ว เธอก็ลบอีก เพราะนึกออกว่าแม่จะตอบอย่างไร
ร่างที่สามจึงเป็นเรื่องเวลารับสายและการแชร์ตำแหน่ง มายด์เขียนว่าจะไปเชียงใหม่กับเพื่อน อ่านทวนแล้วเติมคำว่าขอไว้ข้างหน้า ก่อนจะลบออกอีกครั้ง
คืนวันพฤหัสบดี เธอโทรหาแม่จากระเบียงห้อง เปิดเรื่องด้วยการบอกว่าน้าต่อเล่าเรื่องงานวัดให้ฟังแล้ว
“คืนนั้นแม่อายุสิบขวบเองนะ”
แม่เงียบ ได้ยินเพียงเสียงละครจากโทรทัศน์ มายด์จึงก้มอ่านสิ่งที่เตรียมไว้ บอกว่าจะส่งข้อความเมื่อถึงที่หมาย จะโทรหาทุกคืนตอนสามทุ่ม แต่ขอปิดแชร์ตำแหน่ง และเสาร์นี้เธอจะไปเชียงใหม่กับเพื่อน
“น้าต่อเล่าให้หนูฟังทำไม”
คำถามนี้ไม่ได้อยู่ในร่าง มายด์กำโทรศัพท์แน่นขึ้น บอกว่าเธอไม่ได้อยากทะเลาะ แม่ตอบว่าถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องไป
เธออ่านประโยคเดิมอีกครั้ง คราวนี้ช้าลง บอกชื่อเพื่อนที่จะไปด้วย และย้ำว่าจะโทรเมื่อถึง แม่ไม่อยากคุยเรื่องงานวัด ถามต่อเรื่องรถกับที่พัก ก่อนวางสายยังถามซ้ำว่าถึงแล้วจะโทรใช่ไหม

คืนแรกของทริป แม่โทรมาก่อนเวลานัดยี่สิบนาที มายด์รับแล้วบอกว่าจะโทรกลับตามเวลา
“แล้วรับทำไม ถ้ายังพูดไม่ได้”
พอวางสาย มายด์ยังถือโทรศัพท์อยู่อย่างนั้น เพื่อนถามว่าทะเลาะกับแม่หรือเปล่า เธอส่ายหน้า ไม่นานแม่ก็ส่งข้อความมาว่าโทรก่อนเวลา ขอโทษ
ระหว่างเดินทาง มายด์เปิดแชร์ตำแหน่งให้แม่ดู แล้วปิดเมื่อถึงที่พัก เธอเป็นคนเลือกทำเองครั้งนี้ ถึงอย่างนั้นพอกลับไปทำงาน แม่ก็ยังโทรมาในเวลาประชุมอีก มายด์ส่งข้อความว่าจะคุยตอนสามทุ่ม คราวนี้ไม่มีคำขอโทษตามมา เธอต้องวางโทรศัพท์ไว้และกลับเข้าห้องประชุมให้ทัน
ข้อคิดท้ายบท
- มายด์ได้รู้เรื่องแม่ตอนสิบขวบ หลังจากเป็นลูกของเธอมายี่สิบสี่ปี
- คำพูดที่ซ้อมไว้ช่วยให้เริ่มคุยได้ ส่วนคำตอบของแม่ยังทำให้เธอตั้งตัวไม่ทัน
- การโทรหาตามเวลายังเป็นข้อตกลงที่ทั้งคู่ต้องหัดทำ
จบบทที่ 6
“แม่ขี้ควบคุม” ดาว
ชวนคิดต่อ
ความห่วงของใครที่รัดคุณอยู่ อาจเริ่มจากคืนไหนในชีวิตเขา
แหล่งอ้างอิงของบทนี้ (1)
- Gibran, K. (1923). The prophet (On children). Alfred A. Knopf. Project Gutenberg eBook #58585. ถอดความเองจากต้นฉบับภาษาอังกฤษของยิบราน (our rendering) ลิงก์
