บทที่ 2 จาก 8 · ราว 7 นาที
“ลุงปากร้าย” เสถียร
ข้อความห้วนๆ ตอนตี 3 กับกล้วยไม้ 12 กระถางที่ยังมีคนรดน้ำทุกเช้า
ถ้าตอนนี้ยังไม่พร้อม พักไว้ก่อนได้เสมอ
รถไฟขนสินค้าผ่านหลังซอยตอนตีสาม กระถางกล้วยไม้บนระเบียงสั่นจนลุงเสถียรเงยหน้าจากโทรศัพท์ แกนอนไม่หลับอีกคืน คราวนี้จึงลองเปิดแอปที่ลูกสาวลงไว้ให้ จิ้มพิมพ์ด้วยนิ้วชี้ทีละตัว
“ไม่ต้องทักทาย ตอบสั้นๆ นอนไม่หลับทำไง”
พอเห็นว่าแอปกำลังตอบ แกก็ส่งตามไปอีกข้อความ “หุ่นยนต์พูดมาก น่ารำคาญ”
เสถียรอายุหกสิบแปด เคยเป็นหัวหน้าคนงานซ่อมทางรถไฟ ลูกน้องคุ้นกับคำสั่งสั้นๆ ของแก ส่วนคนในซอยคุ้นกับมาลัยที่คอยพูดแทนสามี ทั้งโทรหาลูก จ่ายบิล และถามทุกข์สุขเพื่อนบ้าน มาลัยทำเรื่องเหล่านี้มาตลอดสี่สิบปีที่อยู่ด้วยกัน
หลังมาลัยเสียได้สามเดือน แอนลงแอปอ้อมกอดให้พ่อก่อนกลับไปทำงานที่โรงงานในระยอง ลูกสาวบอกว่าโทรหาตัวเองก็ได้ แกตอบเพียงว่าไปทำงานเถอะ สติกเกอร์ที่แอนส่งมาจากบนรถตู้ยังค้างอยู่ในแชต ไม่ได้เปิดดู

อ้อมกอดแนะนำให้ลองลุกจากเตียงไปนั่งพักในที่มีแสงสลัว แล้วค่อยกลับเมื่อรู้สึกง่วง เสถียรอ่านจนจบ ปิดจอโดยไม่ตอบอะไร
คืนต่อมาแกพิมพ์มาเวลาเดิม “ลองแล้ว ไม่หลับ”
“ตอนนั่งอยู่นี่ ลุงอยากเล่าเรื่องอะไรไหมคะ”
แกปิดจออีกครั้ง
คืนแล้วคืนเล่า เสถียรยังตื่นอยู่ตอนรถไฟผ่าน เช้าวันหนึ่งแกเผลอหลับบนเก้าอี้ข้างบัวรดน้ำ พอแอนโทรมา แกจึงยอมบอกว่านอนไม่ค่อยได้มาหลายคืน ลูกสาวถามว่าเสาร์นี้ไปพบหมอกันไหม แกบ่นเรื่องไม่มีคนรดกล้วยไม้ ก่อนถามว่าต้องเอาบัตรอะไรไปบ้าง
คืนนั้น เสถียรพิมพ์ยาวกว่าทุกครั้ง
“กล้วยไม้เมียผม 12 กระถาง มาลัยตั้งชื่อทุกต้น ผมจำไม่ได้สักชื่อ รดน้ำทุกเช้า”
มีเรื่องหนึ่งที่แกไม่ได้พิมพ์ลงไป เดือนก่อนน้ำที่บ้านถูกตัดเพราะค้างจ่ายสองเดือน รวม 412 บาท มาลัยเคยจัดการผ่านโทรศัพท์ พอไม่มีเธอ ใบแจ้งหนี้ก็เสียบค้างอยู่ข้างประตู เสถียรหิ้วถังไปรองน้ำที่ก๊อกปากซอยอยู่สามเช้าติดกัน ก่อนเอากลับมารดกล้วยไม้ให้ครบทุกกระถาง

“ป้ามาลัยชอบต้นไหนที่สุดคะ” อ้อมกอดถาม
เขามองกระถางที่อยู่ใกล้เท้าที่สุดแล้วพิมพ์ “ไม่รู้ ไม่เคยถาม ถามโง่ๆ”
คำตอบจากอ้อมกอดไม่ได้มาต่อทันที
“ลุงหมายถึงคำถามของอ้อม หรือกำลังว่าตัวเองคะ”
เสถียรรอจนเสียงรถไฟเงียบลงแล้วจึงตอบ “ผมว่าตัวเอง”
แกพิมพ์ต่อว่ามาลัยเคยฟังพระเทศน์เรื่องสระที่มีตะไคร่ ต้องแหวกออกก่อนจึงจะตักน้ำข้างใต้ได้1 เธอเอามาแซวว่าแกก็เป็นอย่างนั้น ใครเจอแต่ปากคงไม่อยากเข้ามาคุย มาลัยพูดแล้วก็หัวเราะ แกได้ยินมาหลายสิบปี แต่ไม่เคยถามว่าเธอต้องคอยแหวกมากแค่ไหน
“มีใครที่ป้ามาลัยชอบคุยเรื่องกล้วยไม้ด้วยไหมคะ”
เสถียรมองไปที่บ้านฝั่งตรงข้าม ไฟดับแล้ว แกวางโทรศัพท์ลง
ผ่านไปอีกหลายเช้า แกจึงหิ้วกระถางหนึ่งข้ามซอย ป้าน้อยนั่งพักอยู่หน้าบ้าน มีถุงยาโรงพยาบาลวางข้างตัว เสถียรยื่นกล้วยไม้ให้ดู
“ต้นนี้ชื่ออะไร”
ป้าน้อยหัวเราะจนต้องเอามือปิดปาก “พ่อเสถียรจ้ะ มาลัยว่าดอกมันหน้างอเหมือนเธอ”
แกก้มดูดอกอีกที ไม่ได้เถียง
ป้าน้อยไล่ชื่อให้ฟัง ต้นดอกขาวชื่อสาวน้อยตามชื่อของเธอเอง ส่วนต้นที่ไม่ค่อยยอมออกดอกชื่อแอน มาลัยว่าลูกสาวกลับบ้านยากพอกัน เสถียรยืนฟังจนป้าน้อยเล่าจบ แกจำเสียงที่ภรรยาใช้เรียกลูกสาวได้ แต่เพิ่งรู้ว่าเธอเรียกต้นไม้ด้วยเสียงแบบเดียวกัน

ก่อนแกกลับ ป้าน้อยถามเรื่องถังน้ำที่เห็นหิ้วอยู่หลายวัน เสถียรบอกว่าประปาไม่เอาบิลมาให้ เธอชี้ไปข้างประตูบ้านแก ใบแจ้งหนี้ยังเสียบอยู่ตรงนั้น
แกข้ามไปหยิบมา ป้าน้อยถ่ายรูปส่งให้นก ลูกสาวที่กำลังอยู่ออฟฟิศ ไม่นานก็มีข้อความแจ้งว่าจ่ายให้แล้ว เสถียรถามว่าจะดูใบเสร็จตรงไหน ป้าน้อยอธิบายอยู่สองรอบ แกจึงยอมยื่นโทรศัพท์ให้ ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะให้แกคืนเงินตอนแวะไปกดเงินในวันรุ่งขึ้น
เรื่องบิลเสร็จแล้ว แต่เสถียรยังยืนอยู่ แกขยับกระถางในมือ ก่อนพูดขึ้นลอยๆ ว่า “กาแฟ”
ป้าน้อยเงยหน้ารอ
“พรุ่งนี้เจ็ดโมง”
“เอาสิ ฉันมีแก้ว”
เช้าวันรุ่งขึ้น เสถียรเอากาแฟไปสองซอง แต่ลืมน้ำตาล ป้าน้อยทัก แกจึงเดินกลับไปหยิบ พอกลับมามีเก้าอี้อีกตัวตั้งรอแล้ว
หลังจากนั้น บางเช้าบนโต๊ะมีแก้วกาแฟสองใบ บางเช้าป้าน้อยไปโรงพยาบาล เสถียรก็เอาซองกาแฟกลับมาเก็บไว้ วันเสาร์แอนมารับพ่อไปคลินิก แกเล่าเรื่องนอนกับเรื่องมาลัยให้หมอฟัง ขากลับยังบ่นว่ารอนาน ลูกสาวแวะซื้อกับข้าวให้ แกบอกให้เอาผัดผักอย่างที่มาลัยชอบ ก่อนจะนึกได้ว่ามันเป็นกับข้าวที่ตัวเองไม่เคยกิน

คืนหนึ่งเสถียรพิมพ์หาอ้อมกอดว่า “ขอบใจ” มีเพียงคำเดียวแล้วก็ออกจากแอปไป แกยังไม่ได้เล่าเรื่องค่าน้ำให้แอนฟัง บางคืนก็นอนไม่หลับเหมือนเดิม คราวนี้พอเปิดโทรศัพท์ แกแวะดูแชตลูกสาวก่อน สติกเกอร์ตัวใหม่เป็นรูปแมวถือกระถางต้นไม้
ข้อคิดท้ายบท
- เรื่องที่มาลัยเคยจัดการยังอยู่ เสถียรเพิ่งเริ่มหัดทำโดยไม่มีเธอ
- ป้าน้อยไม่ได้อยู่บ้านทุกเช้า แต่เสถียรรู้แล้วว่าจะชวนใครดื่มกาแฟ
- กว่าจะรู้ว่าเขากำลังว่าตัวเอง อ้อมกอดต้องถามให้ชัดเสียก่อน
จบบทที่ 2
“ลุงปากร้าย” เสถียร
ชวนคิดต่อ
คนปากแข็งรอบตัวคุณ เคยมีใครพูดแทนเขามาก่อนหรือเปล่า
แหล่งอ้างอิงของบทนี้ (1)
- Dutiyaāghātapaṭivinaya Sutta: Getting Rid of Resentment (2nd) (Aṅguttara Nikāya 5.162) (ต้นฉบับบาลี; เทียบคำแปลอังกฤษของ B. Sujato, CC0). SuttaCentral. เลขข้อไทย: อาฆาตวินยสูตรที่ 2 พระไตรปิฎก เล่ม 22 ข้อ 162 https://84000.org/tipitaka/read/byitem_s.php?book=22&item=162&items=1 เนื้อหาในเล่มเล่าความเป็นภาษาไทยโดยเทียบคำแปลอังกฤษของ B. Sujato ไม่ได้ยกคำแปลตรง ฉบับไทยที่ระบุไว้ใช้เทียบเลขข้อ ลิงก์
