บทที่ 3 จาก 8 · ราว 7 นาที
“พี่ที่เห็นแก่ตัว” นก
พี่นกลุกกลับบ้าน 5 โมงเย็นตรงทุกวัน ส่วนปรางไม่เคยกล้าปฏิเสธใคร
คืนวันศุกร์ ชั้นเจ็ดของออฟฟิศย่านสีลมเหลือไฟอยู่ดวงเดียว ปรางนั่งแก้สไลด์ใต้ไฟดวงนั้น หัวหน้าเพิ่งส่งข้อความมาขอให้ปิดงานสำหรับลูกค้าที่นัดไว้เช้าวันรุ่งขึ้น
“พี่นกกลับไปแล้ว ปรางช่วยหน่อยนะ”
เธอตอบรับแทบจะทันที ทั้งที่ยังไม่ทันเปิดดูว่าต้องแก้มากแค่ไหน
ปรางอายุยี่สิบเก้า ทำงานประสานงานอีเวนต์ พ่อย้ายมาอยู่ด้วยหลังล้มในห้องน้ำ ตอนหัวค่ำพ่อส่งรูปบะหมี่ในชามมาให้ พร้อมข้อความว่ากินแล้ว ไม่ต้องห่วง เธอกดหัวใจกลับไป ตั้งใจว่าจะรีบทำงานให้เสร็จ แต่ตอนนี้ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว
โต๊ะข้างๆ เป็นของพี่นก โต๊ะว่างและเรียบร้อยเหมือนทุกเย็น เจ้าของลุกกลับตอนห้าโมงตรงเสมอ พี่นกไม่ค่อยแชร์ไฟล์ให้ใคร และใส่ชื่อตัวเองไว้บรรทัดแรกของทุกงาน พอมีงานดึก พี่วิทย์ก็มักหันมาหาปราง โดยพูดว่าเธอ “ยังไม่มีภาระ” เหมือนที่พูดกันมาตั้งแต่ก่อนพ่อจะย้ายมา

ปรางหยิบโทรศัพท์มาเปิดอ้อมกอด เล่าเรื่องพี่นกตั้งแต่การกลับตรงเวลาไปจนถึงชื่อบนไฟล์งาน พิมพ์จบแล้วก็ถามว่า “เห็นแก่ตัวที่สุดในออฟฟิศ ใช่ไหม บอกมาว่าใช่”
อ้อมกอดตอบว่า “คืนนี้งานมาตกที่ปรางคนเดียว ทั้งที่ปรางก็มีเรื่องทางบ้านต้องดูแล ถ้าจะบอกพี่วิทย์ว่าทำไม่ทัน ปรางติดตรงไหนคะ”
“เข้าข้างเขาเหรอ”
เธอรออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพิมพ์ต่อเอง “ก็กลัวเขาหาว่าไม่ช่วยทีม”
ปรางสลับไปเปิดแชตหัวหน้า ลองพิมพ์ว่าคืนนี้ไม่สะดวก แต่ลบออกในที่สุด เธอกลับถึงบ้านหลังเที่ยงคืน พ่อหลับแล้ว ชามบะหมี่แช่น้ำอยู่ในซิงก์ มีอีกห่อวางข้างเตาเผื่อเธอ
อีกเกือบสองสัปดาห์ต่อมา ในเย็นวันพฤหัส พ่อมีนัดคลินิกนอกเวลา ปรางขอกลับห้าโมงและกล่าวขอโทษทีมซ้ำอยู่หลายครั้ง ขณะรอพ่อหน้าห้องตรวจ เธอเห็นพี่นกเข็นหญิงสูงวัยที่ห่มผ้าลายดอกผ่านไปทางห้องฟอกไต

ต่อมาปรางเจอพี่นกอีกครั้งที่ลาน พี่นกนั่งถือถุงขนมปังอยู่ใต้ต้นทองกวาว ดอกสีส้มแดงเต็มกิ่ง ปรางลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วเดินเข้าไปทัก
พี่นกบอกว่าคนบนรถเข็นคือแม่ ต้องฟอกไตเย็นวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ เธอจึงต้องออกจากออฟฟิศตั้งแต่ห้าโมงเพื่อพาแม่มาทันรอบหกโมง ถึงอย่างนั้นบางวันก็ยังฉิวเฉียด
“แท็กซี่ไปกลับทีละสามร้อยกว่า พี่เลยไม่ได้กลับไปกลับมาหลายรอบ”
ปรางมองถุงขนมปังในมืออีกฝ่าย ก่อนถามเรื่องที่ค้างใจ “แล้วเรื่องชื่อในงานล่ะคะ งานเดือนก่อนมีส่วนที่หนูทำด้วย”
พี่นกก้มพับปากถุง เล่าว่าเคยทำงานใหญ่อยู่เป็นปีที่บริษัทเก่า พอถึงเวลาส่ง หัวหน้ากลับใส่แต่ชื่อตัวเอง หัวหน้าได้เลื่อนตำแหน่ง ส่วนเธอถูกเลิกจ้างในปีเดียวกัน ตั้งแต่นั้นพี่นกก็ใส่ชื่อตัวเองไว้ทุกไฟล์
“แต่ไฟล์นั้นหนูก็ทำด้วยนะ” ปรางพูดอีกครั้ง
พี่นกเงียบไป ก่อนบอกให้ส่งชื่อไฟล์มาให้ดู
ทั้งคู่นั่งอยู่โดยไม่มีใครพูดพักหนึ่ง พี่นกเงยหน้ามองดอกทองกวาว แล้วเล่าว่าแม่เคยฟังเรื่องต้นไม้นี้ที่วัด คนที่เห็นตอนกิ่งแห้งบอกว่าดำเหมือนตอไหม้ไฟ คนที่เห็นตอนออกดอกบอกว่าสีแดง ส่วนคนที่เจอเมื่อใบเต็มต้นบอกว่าร่มครึ้ม แต่ละคนไปเห็นกันคนละฤดู1

ปรางหันกลับไปมองพ่อที่ยังนั่งรออยู่หลังกระจก
“หนูก็พาพ่อมาตรวจ ไม่ค่อยกล้าขอลาเลย”
“ทำไมไม่บอกพี่วิทย์”
“เกรงใจ”
พี่นกหัวเราะเบาๆ “พี่ก็เคยเกรงใจจนไม่กล้าถามเรื่องชื่อในงานนั่นแหละ”
คราวนี้ปรางหันมามอง เธอยังไม่หายโกรธ แต่เริ่มเห็นว่าความโกรธของตัวเองมีเรื่องอยู่หลายเรื่อง ทั้งพี่นก พี่วิทย์ และคำตอบรับที่เธอพิมพ์ออกไปก่อนคิดทุกครั้ง
คืนวันพฤหัสบดีถัดมา หัวหน้าส่งงานดึกมาอีก ปรางพิมพ์ว่าพรุ่งนี้หมอนัดพ่อฟังผลเลือด เธอต้องออกห้าโมง และขอส่งงานใหม่ในวันจันทร์แทน เธออ่านทวน ลบ เขียนใหม่ แล้วกดส่งก่อนจะเปลี่ยนใจ
พี่วิทย์ตอบว่า “โอเค” หลังจากนั้นเกือบชั่วโมง ไม่มีสติกเกอร์อย่างเคย หลังจากนั้นเขาคุยกับเธอเฉพาะเรื่องงาน ปรางไม่รู้ว่าเขายุ่งหรือไม่พอใจ และยังกังวลว่าตอนประเมินผลงานเรื่องนี้จะถูกนับรวมด้วยหรือเปล่า
เช้าวันศุกร์ พี่นกแชร์โฟลเดอร์งานมาให้ ในไฟล์ใหม่มีชื่อปรางอยู่ถัดจากชื่อพี่นก แต่ไฟล์เดือนก่อนยังเหมือนเดิม เธอจึงส่งชื่อไฟล์นั้นไปอีกครั้ง ถึงตอนเย็นยังขึ้นว่าอ่านแล้ว ปรางเกือบลบข้อความ พอดีพ่อโทรมาถามว่าจะเอาบะหมี่กี่ห่อ
เย็นนั้นเธอถึงบ้านทันกินข้าวกับพ่อ ระหว่างรอน้ำเดือด เธอเปิดโทรศัพท์ดู พี่นกตอบว่าจะเปิดไฟล์ให้วันรุ่งขึ้น ส่วนพี่วิทย์ยังไม่ได้ตอบคำถามว่าเดือนหน้าจะแบ่งงานดึกกันอย่างไร ปรางวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ แล้วบอกพ่อว่าเอาบะหมี่สองห่อ แบ่งกันเหมือนเดิม
ข้อคิดท้ายบท
- ปรางรู้แล้วว่าพี่นกรีบกลับไปไหน ส่วนชื่อที่หายไปจากงานยังต้องทวง
- เธอส่งข้อความขอเลื่อนงานได้หนึ่งครั้ง และยังต้องรับมือกับความเกรงใจของตัวเองอีกหลายครั้ง
จบบทที่ 3
“พี่ที่เห็นแก่ตัว” นก
ชวนคิดต่อ
คนที่คุณมองว่าเห็นแก่ตัว ปฏิเสธในสิ่งที่คุณไม่เคยกล้าปฏิเสธหรือเปล่า
แหล่งอ้างอิงของบทนี้ (1)
- Kiṁsukopama Sutta: The Simile of the Parrot Tree (Saṁyutta Nikāya 35.245) (ต้นฉบับบาลี; เทียบคำแปลอังกฤษของ B. Sujato, CC0). SuttaCentral. เลขข้อไทย: กึสุกสูตร พระไตรปิฎก เล่ม 18 ข้อ 339–341 https://84000.org/tipitaka/read/byitem_s.php?book=18&item=341&items=1 เนื้อหาในเล่มเล่าความเป็นภาษาไทยโดยเทียบคำแปลอังกฤษของ B. Sujato ไม่ได้ยกคำแปลตรง ฉบับไทยที่ระบุไว้ใช้เทียบเลขข้อ ลิงก์
