บทที่ 2 จาก 8 · ราว 5 นาที
บ่อน้ำบ่อเดียวกัน
วันแรกหลังเลิก อกแน่นจนกลืนข้าวไม่ลง และไม่มีข้อความตอน 7 โมงอีกแล้ว
คืนวันอาทิตย์ปลายเดือนมีนาคม ปุ้ยนั่งพับเสื้อใส่กระเป๋าอยู่ปลายเตียงในคอนโดที่เธอกับก้องหารค่าเช่ากันเดือนละ 7,500 บาท “ก้อง เรารอมา 3 ปีแล้วนะ” เสียงเธอเรียบ ก้องไม่รู้ว่าเธอซ้อมประโยคนี้มาหลายครั้งแล้ว
ก้อง ช่างไฟวัย 31 ที่คบกับเธอมา 6 ปี ยืนพิงประตู มือถือรีโมตค้างไว้ “ก็บอกแล้วไงว่าปีหน้า” ปุ้ยหยุดพับเสื้อ เขาเกือบบอกตัวเลขในบัญชีให้ฟัง แต่ประโยคนั้นก็เคยพูดไปแล้วเมื่อคืน
“ปีที่แล้วก้องก็พูดแบบนี้” ปุ้ยรูดซิปกระเป๋าใบที่ 2 แล้วไม่พูดอะไรอีก 4 ทุ่ม 15 รถพี่สาวเธอมาจอดหน้าตึก ก้องหิ้วกระเป๋าลงไปส่งให้ เพราะไม่รู้จะเอามือไปไว้ไหน
เช้าวันจันทร์ 6 โมง 10 นาที เขาเปิดตู้ในครัวแล้วเจอแก้วสีขาว 2 ใบหน้าตาเหมือนกัน ซื้อจากตลาดนัดใบละ 120 บาท ใบของปุ้ยหูบิ่นนิดหนึ่ง เขาทอดไข่เจียวกินกับข้าวที่หุงค้างไว้ตั้งแต่เมื่อวาน กินได้ครึ่งจานก็กลืนไม่ลง อกแน่นเหมือนมีคนมานั่งทับ ทั้งที่ยังไม่ได้ร้องไห้สักหยด

7 โมง 10 นาที ไม่มีข้อความ
6 ปีที่ผ่านมา ราว 7 โมง 10 นาทีของทุกเช้า จะมีข้อความจากปุ้ยว่า “ถึงร้านยัง” เช้านั้นเวลาผ่านไปเฉยๆ ก้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูทุกไฟแดง เขาไม่ได้คิดถึงเรื่องใหญ่อย่างงานแต่งหรือบ้าน เขาคิดถึงข้อความสั้นๆ ที่ไม่มา
10 โมง เขาขึ้นบันไดเปลี่ยนโคมไฟเพดานในห้องนอนบ้านลูกค้าแถวคันนายาว สายไฟห้อยอยู่ตรงหน้า อกก็บีบขึ้นมาอีกจนต้องหยุดมือ ป้าเจ้าของบ้านยืนถือแก้วน้ำรออยู่ข้างล่าง “หน้าซีดนะหนู ไม่สบายเหรอ”
โจ้ที่มาด้วยกันขอให้เขาลงมานั่งก่อน แล้วพาไปโรงพยาบาลแถวบ้านลูกค้า ก้องไม่อยากเลื่อนงาน แต่ก็ไม่รู้ว่าความแน่นอกครั้งนี้มาจากอะไร หลังได้รับการประเมิน เขากลับมาพักที่ร้าน และให้โจ้รับงานที่เหลือ

ความเจ็บจากการถูกปฏิเสธไม่ได้คิดไปเอง นักวิจัยเคยให้คนที่เพิ่งถูกบอกเลิกทั้งที่ไม่อยากเลิก นอนดูรูปแฟนเก่าในเครื่องสแกนสมอง พร้อมนึกถึงตอนที่ถูกปฏิเสธ ส่วนของสมองที่รับรู้ความเจ็บทางกายทำงานขึ้นมาด้วย1 งานนี้ไม่ได้บอกสาเหตุของความแน่นอกแต่ละคน ก้องจึงยังต้องให้แพทย์ประเมินสิ่งที่เกิดกับเขา
ร้องไห้ให้วันธรรมดา
เย็นวันนั้น ก้องนั่งร้องไห้ในรถกระบะของร้านทั้งที่เครื่องยังติด ร้องอยู่ 4 นาทีพอดี เพราะเขาจ้องนาฬิกาบนหน้าปัดตลอด แล้วล้างหน้าด้วยน้ำขวดก่อนโจ้จะกลับจากร้านข้าว 4 วันต่อจากนั้น เขาไม่เล่าให้ใครฟังสักคำ
คาลิล ยิบรานเขียนถึงความเศร้ากับความสุขที่อยู่คู่กัน ว่าสิ่งที่เคยทำให้เราหัวเราะอาจเป็นสิ่งที่เราร้องไห้ให้ในภายหลัง2 ตอนโจ้กลับมาขึ้นรถ ก้องขยับขวดน้ำที่ใช้ล้างหน้าไปไว้ข้างเท้า โจ้ถามว่าจะเอาข้าวมันไก่ไหม เขาบอกเอา กลับถึงร้านแล้ววางกล่องค้างไว้ คิดถึงร้านที่เคยไปวันเสาร์และคนที่ชอบแย่งหนังไก่ แต่ยังไม่กล้าบอกเพื่อนว่ากินต่อไม่ไหว
คืนนั้นแม่โทรถามเรื่องมื้อเย็น ก้องบอกว่ากินข้าวมันไก่แล้ว แม่ถามปุ้ยอยู่ไหม เขาตอบว่ากลับบ้านพี่สาว แม่ฝากบอกให้กินข้าวด้วย เขารับคำก่อนวางสาย กล่องที่โจ้ซื้อให้ยังอยู่ในถุง เขาเอาเข้าตู้เย็นแล้วออกมานั่งโดยไม่เปิดโทรทัศน์
คืนแรกก้องนอนบนโซฟา เพราะหมอนบนเตียงยังมีกลิ่นแชมพูของปุ้ย แก้วหูบิ่นวางอยู่ที่เดิมตลอด 9 วัน เขาหยิบแก้วตัวเองออกมาใช้ทุกเช้าโดยไม่แตะใบข้างๆ เช้าวันที่ 9 เขาหยิบมันลงมาล้างทั้งที่มันสะอาดอยู่แล้ว เช็ดจนแห้ง แล้ววางกลับเข้าตู้ข้างแก้วของตัวเองเหมือนเดิม จะเอาไปทิ้งก็ทำไม่ลง
จุดสำคัญของบทนี้
- ความแน่นอกต้องได้รับการประเมิน ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นเพราะอกหัก
- ก้องมีข้าวที่เพื่อนซื้อให้ แต่ยังกลืนไม่ลงและยังบอกแม่ว่าเลิกกันไม่ได้
จบบทที่ 2
บ่อน้ำบ่อเดียวกัน
คำถามท้ายบท
“วันธรรมดาแบบไหนที่คุณคิดถึง มากกว่าตัวเขาเอง”
คำตอบเก็บไว้ในเครื่องหรือบัญชีของคุณ ไม่ส่งให้ AI อ่าน
แหล่งอ้างอิงของบทนี้ (2)
- Kross, E., Berman, M. G., Mischel, W., Smith, E. E., & Wager, T. D. (2011). Social rejection shares somatosensory representations with physical pain. Proceedings of the National Academy of Sciences, 108(15), 6270–6275. ลิงก์
- Gibran, K. (1923). The prophet ('On Joy and Sorrow'). Alfred A. Knopf. Project Gutenberg eBook #58585. ถ้อยคำไทยในเล่มแปลเองจากต้นฉบับภาษาอังกฤษของยิบราน (our rendering) ลิงก์
