บทที่ 7 จาก 8 · ราว 5 นาที
ปีศาจ เทวดา หรือคนธรรมดา
เพื่อนบอกว่าเธองกเงิน เขาเชื่ออยู่ 6 สัปดาห์ จนไฟดับคืนหนึ่ง
บ่ายแก่ๆ วันหนึ่งของเดือนกันยายน เดือนที่ 6 หลังเลิกกัน ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวริมถนนหน้าร้านรับเหมา ก้องเล่าเรื่องสินสอด 2 แสนให้โจ้ฟังเป็นครั้งแรก โจ้ฟังจบแล้วโบกมือทีเดียว “ผู้หญิงงกเงินแบบนั้น มึงโชคดีแล้วที่หลุดมา” ก้องนั่งยืดตัวขึ้น บ่ายวันนั้นทั้งบ่าย เขาเบาตัวกว่าที่เป็นมาหลายเดือน

6 สัปดาห์ของคำว่างก
6 สัปดาห์ต่อจากนั้น ก้องเล่าเรื่องปุ้ยฉบับงกให้ทุกคนฟัง ให้ป้าลูกค้าที่ถามว่าแฟนไม่มาช่วยถือของเหรอ ให้แม่ฟังทางโทรศัพท์จนแม่พูดว่า “แม่ว่าแล้ว คนในเมือง” เขากินเบียร์กับโจ้ถี่ขึ้น เสียเงินเดือนละราว 2,500 บาท ทั้งที่เงินยังไม่พอใช้ เรื่องที่ควรทำให้ใจเบากลับทำให้เขาหงุดหงิดง่ายขึ้นทุกสัปดาห์ จนตะคอกเด็กฝึกงานที่หยิบสายไฟผิดขนาด
นักวิจัยทดลองให้คนที่ยังเสียใจหลังเลิกลองนึกข้อเสียของอีกฝ่ายก่อนดูรูป พบว่าความรักลดลงแต่รู้สึกแย่ลง การหันไปคิดเรื่องอื่นช่วยอารมณ์แต่ความรักไม่ขยับ1 เป็นผลในห้องทดลอง ไม่ได้ตามก้อง 6 สัปดาห์ และอธิบายไม่ได้ทั้งหมดว่าเขาหงุดหงิดเพราะอะไร แต่เด็กฝึกงานที่ถูกตะคอกไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องสินสอดเพื่อจะทำงานข้างเขาได้
คืนที่ไฟดับ
กลางเดือนตุลาคม พายุเข้าตอน 2 ทุ่ม ไฟดับทั้งซอย ห้องชั้นบนของบ้านไม้ที่ก้องเช่าอยู่มืดสนิท เขาเปิดไฟฉายหาเทียน แล้วรื้อกล่องที่ขนมาจากคอนโดซึ่งยังไม่เคยเปิดตั้งแต่ย้าย ไฟฉายส่องได้ทีละมุม เห็นโต๊ะเล็กกับแก้วคู่ที่ขนมาด้วย กับแจกันดอกไม้พลาสติกที่ติดมากับห้อง มุมที่เหลือยังมืด

ในกล่องมีสมุดรายรับรายจ่ายของบ้านที่ปุ้ยเป็นคนจดมาตลอด ก้องไม่เคยเปิดอ่าน หน้าท้ายๆ มีลายมือเธอลงวันที่ไว้เมื่อ 2 ปีก่อน “แผนปีหน้า เก็บเดือนละ 5,000 ปุ้ย 3,000 ก้อง 2,000” บรรทัดถัดมา “คุยแม่เรื่องสินสอดแล้ว แม่บอกเอาแค่พอไม่อายญาติ 5 หมื่นก็ได้” บรรทัดสุดท้าย “ถามก้องว่าอยากแต่งไหม??” มีวงปากกาล้อมไว้ 2 รอบ
ก้องอ่านบรรทัด 5 หมื่นซ้ำ เงินในบัญชีเคยมีมากกว่านั้น แต่เขาไม่เคยรู้ว่าปุ้ยจดแผนนี้ไว้ และสมุดก็ตอบแทนเธอไม่ได้ว่ารอให้เขาพูดเรื่องอะไรอีกบ้าง ไฟกลับมาตอนเกือบ 4 ทุ่ม เขายังนั่งบนพรมกับสมุดบนตัก คิดถึงประโยคที่เล่าให้แม่ฟังไปแล้วว่าจะหาเงินให้ปุ้ยเท่าไรก็ไม่พอ

คนที่ไม่เคยถาม
5 ทุ่ม ก้องโทรหาพี่หน่อย พี่สาววัย 40 ที่เลิกกับสามีมาก่อนเขา 2 ปี เธอฟังเงียบๆ จนจบ แล้วพูดว่า “เออ แกเล่าว่าเขางกมันง่ายดี แกจะได้ไม่ต้องเจ็บตรงที่แกไม่เคยถามเขาสักคำ”
เรื่องที่เล่าถึงทั้งสองคนอย่างเป็นธรรมยากกว่าเรื่องคนงก เพราะก้องต้องยอมเล่าส่วนที่ตัวเองทำพลาดด้วย ส่วนรักครั้งไหนที่เคยทำให้ต้องกลัว หรือถูกควบคุมจนไม่เป็นตัวเอง เรื่องที่ยุติธรรมคือเรื่องที่บอกตรงๆ ว่ามันเจ็บแค่ไหน ไม่มีใครต้องหาข้อดีให้อีกฝ่ายเพื่อจะเดินต่อ
วันรุ่งขึ้นตอนกินข้าวเที่ยง โจ้เริ่มเรื่องปุ้ยอีก ก้องวางช้อนลง “พอละ เขาไม่ได้งก กูไม่เคยถามเขาเอง”
โจ้ชะงัก “ก็มึงเล่าอย่างนั้น” ก้องบอกว่ารู้ แล้วขอไม่ให้เอาไปพูดกับคนอื่น โจ้ตักข้าวต่อแต่ไม่รับปากทันที ตอนกลับร้าน เด็กฝึกงานเอาสายไฟมาให้ก้องเลือกขนาดก่อน ทั้งที่เมื่อก่อนหยิบได้เอง เขาบอกว่าครั้งก่อนตัวเองหงุดหงิดเกินไป เด็กตอบว่า “ครับ” แล้วรอให้เขาชี้ม้วนที่ต้องการ
เราไม่รู้ว่าถ้าก้องถามปุ้ยตั้งแต่ปีแรก เรื่องจะจบต่างไปไหม ก้องไม่ได้โทรหาเธอ สมุดถูกเก็บกลับลงกล่อง โทรหาแม่ครั้งต่อมา เขาบอกว่าปุ้ยไม่ได้งกอย่างที่เล่า แม่ถามว่าแล้วทำไมแกเพิ่งรู้ เขาตอบว่าเพิ่งเปิดสมุด เงียบกันไปพักหนึ่งก่อนแม่จะถามเรื่องข้าวเย็น
จุดสำคัญของบทนี้
- สมุดทำให้ก้องรู้ว่ามีเรื่องที่ไม่เคยถาม แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของปุ้ย
- เขาแก้เรื่องที่เล่าให้โจ้และแม่ฟังได้ คนอื่นจะเชื่อหรือเล่าต่ออย่างไรยังคุมไม่ได้
- รักที่ทำให้กลัวหรือถูกควบคุม ไม่ต้องหาข้อดีให้อีกฝ่ายเพื่อเดินต่อ
จบบทที่ 7
ปีศาจ เทวดา หรือคนธรรมดา
คำถามท้ายบท
“ในเรื่องที่คุณเล่าถึงเขา มีตรงไหนที่คุณรู้ว่าไม่ยุติธรรมนัก”
คำตอบเก็บไว้ในเครื่องหรือบัญชีของคุณ ไม่ส่งให้ AI อ่าน
แหล่งอ้างอิงของบทนี้ (1)
- Langeslag, S. J. E., & Sanchez, M. E. (2018). Down-regulation of love feelings after a romantic break-up: Self-report and electrophysiological data. Journal of Experimental Psychology: General, 147(5), 720–733. ลิงก์
