
เก่งที่สุด
No One Has to Lose
ความเก่งที่ไม่ต้องมีใครแพ้
ทีม Alljit
หนังสือ · Alljit
ผู้คนและเหตุการณ์ในเล่มนี้เป็นเรื่องแต่ง ประกอบขึ้นจากชีวิตที่คนไทยจำนวนมากเจอจริง ไม่ได้หมายถึงบุคคลใด ส่วนแนวคิดของนักคิดและผลการศึกษาที่ยกมา อ้างอิงตามแหล่งที่มาท้ายเล่ม
- เผยแพร่ครั้งแรก 30 กันยายน 2569 · ปรับปรุงล่าสุด 18 ตุลาคม 2569
- เขียนและเรียบเรียงโดย ทีม Alljit
- แหล่งอ้างอิง 16 รายการ ดูได้ที่หน้ารายละเอียดหนังสือ
- ภาพปกและภาพประกอบสร้างด้วย AI สำหรับหนังสือเล่มนี้
คำนำ
“แล้วที่หนึ่งลูกใคร” แม่ถามระหว่างขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน ลูกสาวได้อันดับสอง ห่างจากคนแรกเพียงนิดเดียว แม่เองเคยถูกถามคำเดียวกันตอนเด็ก แต่ความทรงจำนั้นไม่ได้ช่วยให้ลูกน้อยใจน้อยลง และค่าเรียนพิเศษเทอมหน้าก็ยังเป็นเรื่องที่ทั้งคู่ต้องคิด
อันดับมีผลกับห้องเรียน งาน และรายได้ คนในเล่มนี้ยังอยากได้ที่ 1 อยากสอบผ่าน อยากให้ใครเห็นว่าตัวเองทำได้ เราจะดูว่าระหว่างทางความอยากนั้นไปกระทบใครบ้าง และมีเรื่องไหนที่เขาพอเปลี่ยนได้
มีนักเรียนกับแม่ขายก๋วยเตี๋ยว พยาบาล ช่างซ่อมรถ ครูสอนเสริม ลูกคนโต ตัวแทนประกัน และช่างตัดผม ผู้คนและเหตุการณ์เป็นเรื่องแต่ง แนวคิดของนักคิดกับงานศึกษาอ้างอิงท้ายเล่ม ไม่ใช่หลักฐานว่าวิธีเดียวใช้ได้กับทุกคน
บทแรกกับบทสุดท้ายเป็นเรื่องของแม่ลูกคู่เดียวกัน ห่างกันสองปี ส่วนบทอื่นอ่านแยกได้ ท้ายบทมีคำถามและแบบฝึกสำหรับกลับมาดูเรื่องของตัวเอง จะลองเฉพาะข้อที่ตรงกับชีวิตตอนนี้ก็ได้
ทีม Alljit30 กันยายน 2569
สารบัญ
บทที่ 1 จาก 8 · ราว 6 นาที
แล้วใครได้ที่หนึ่งล่ะ
ได้ที่ 2 ห่างที่ 1 แค่ 0.02 แต่คืนนั้นยาวจนเช้า
วันศุกร์ บ่าย 3 โมง 40 ครูประจำชั้นยื่นสมุดพกให้แม่ติ๋มแล้วยิ้ม “แพรวได้ที่ 2 นะคะคุณแม่ ห่างที่ 1 นิดเดียวเอง” แม่ยกมือไหว้ครู ถุงกระดูกหมูยังห้อยอยู่ที่ข้อมือ เพราะแวะตลาดแล้วตรงมาโรงเรียนเลย
0.02 บนมอเตอร์ไซค์
แพรวอายุ 15 เรียน ม.3 ที่โรงเรียนประจำอำเภอแห่งหนึ่งในขอนแก่น เทอมนี้เกรดเฉลี่ย 3.91 ที่ 1 ได้ 3.93 ห้องนี้มี 44 คน เธอชนะมา 42 คน แต่ตลอดทางกลับบ้านเธอนึกถึงอยู่คนเดียว
ถุงกระดูกแกว่งอยู่ที่ตะขอหน้ารถ ขี่มาได้ครึ่งทาง แม่ก็ถามโดยไม่หันหน้ามา “แล้วที่ 1 ลูกใคร”
“ภูมิ ลูกหมอคลินิกหน้าตลาด” แพรวตอบใส่แผ่นหลังแม่
แม่ตอบว่า “อ๋อ” แล้วไม่พูดต่อ อีก 15 นาทีที่เหลือแพรวได้ยินแต่เสียงเครื่องยนต์
แพรวขยับสมุดพกให้พ้นเหงื่อที่หลังแม่ จะบอกว่าเทอมนี้คณิตได้เต็มก็ไม่บอก แม่ชะลอรถหน้าโรงเรียนกวดวิชา มองป้ายราคาแล้วขี่เลยไป แพรวไม่แน่ใจว่าแม่มองเพราะอะไร

00.47 น. ในกลุ่มไลน์ครอบครัว
แม่เข็นรถก๋วยเตี๋ยวกลับจากตลาดโต้รุ่งตอน 4 ทุ่ม แพรวช่วยล้างชามก่อนขึ้นห้อง แม่ถ่ายสมุดพกไว้ตั้งแต่บนรถ แล้วเลือกส่งรูปที่เห็นลำดับชัดลงกลุ่มญาติตอน 00.47 น. “ได้ที่ 2 จ้า” แม่เรียนถึง ม.3 เท่าชั้นที่แพรวกำลังเรียน แต่ไม่เคยเล่าเรื่องสมุดพกของตัวเอง
น้าแหม่มที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ ตอบมาก่อนใคร “เก่งมากหลาน เทอมหน้าเอาที่ 1 เลยนะ” แพรวพิมพ์ตอบแล้วลบไป 3 รอบ สุดท้ายส่งสติกเกอร์แมวยกมือไหว้ไปตัวเดียว แล้วนอนลืมตาจนฟ้านอกหน้าต่างเริ่มเทา

ที่ 1 อยู่ได้คืนเดียว
สัปดาห์ต่อมาแพรวลาออกจากทีมวอลเลย์บอล ทั้งที่การเป็นตัวเซตทำให้เธอเล่นจนลืมเวลา เธอขอแม่ไปเรียนพิเศษในเมือง เดือนละ 2,900 บาท แม่ไม่เคยปฏิเสธสิ่งที่ลูกขอเพื่อการเรียน จึงเริ่มเข็นรถออกขายวันจันทร์ ซึ่งเคยเป็นวันหยุดเพียงวันเดียว
ทีมแพ้ตั้งแต่รอบแรกของการแข่งระดับจังหวัด เพื่อนทักมาว่า “ไม่มีแกแล้วเซตไม่ขึ้นเลยอะ” แพรวอ่านแล้วไม่ตอบ พอได้ที่ 1 ปลายเทอม ชนะภูมิ 0.01 เธอเกือบส่งสมุดพกให้เพื่อนคนนั้นดู แต่จำข้อความที่ยังไม่ตอบได้ แม่โพสต์ลงกลุ่ม มีคนกดหัวใจ 31 คน เช้าวันรุ่งขึ้นผลสอบจำลองเข้าห้องวิทย์-คณิต ม.4 ออก แพรวอยู่ลำดับที่ 17
วิลเลียม เจมส์เคยเขียนถึงชายที่อับอายแทบตายเพราะเป็นนักพายเรืออันดับ 2 ของโลก ชนะทั้งโลกยกเว้นคนเดียว แต่สำหรับเขามันไม่นับ1 ของแพรวไม่ใช่แค่ตัวเลขในสมุด เทอมหน้าเธอต้องใช้คะแนนเข้าห้องเรียนที่อยากเข้า การเลิกสนใจอันดับจึงไม่ใช่คำตอบที่เธอทำตามได้ง่ายๆ
น้ำซุปหม้อเดียวกัน 22 ปี
อิบน์ คัลดูนอธิบายว่าฝีมือหยั่งรากในคนจากการทำสิ่งเดิมซ้ำ จนรูปของงานฝังแน่นอยู่ในตัว2 แต่การทำอะไรเป็นกับการมีคนยอมรับ ไม่ได้มาพร้อมกันเสมอ แม่ยังอยากให้ลูกเรียนสูงกว่าตัวเอง
แม่ติ๋มต้มน้ำซุปมาราว 7,000 คืน แค่ดมก็รู้ว่ากระดูกได้ที่หรือยัง ลูกค้าบางคนกินมาตั้งแต่ใส่ชุดนักเรียนจนตอนนี้จูงลูกมากิน คืนที่ฝนตกแม่ก็ยังต้องลุ้นว่าจะเหลือกี่ชาม ฝีมือไม่ได้ทำให้หมดเรื่องต้องกังวล

คืนวันจันทร์ แพรวช่วยแม่ล้างชามหลังร้าน เป็นชั่วโมงเดียวของสัปดาห์ที่สองคนได้คุยกันจริงๆ เธอพูดขึ้นมาเฉยๆ “น้ำซุปแม่เก่งนะ”
แม่หัวเราะ “เก่งอะไร ขายก๋วยเตี๋ยว” แล้วเล่าเหมือนเรื่องตลกว่า ตอน ม.3 แม่ก็เคยได้ที่ 2 กลับถึงบ้าน ตาถามคำแรกว่าที่ 1 ลูกใคร แพรวถามว่าแม่ตอบตาว่ายังไง แม่บอกว่าจำไม่ได้แล้ว แล้วก้มหน้าขัดก้นหม้อต่อ
แพรวถามว่าเลิกขายวันจันทร์เหมือนเดิมได้ไหม แม่หยุดขัดหม้อแล้วถามกลับ “แล้วค่าเรียนพิเศษล่ะ” เธอไม่ได้อยากเลิกเรียน และยังอยากให้แม่โพสต์สมุดพกเทอมหน้า แพรวจึงรับหม้อมาขัดต่อ โดยยังไม่ได้ตอบแม่
จุดสำคัญของบทนี้
- ค่าเรียนพิเศษของแพรวจ่ายด้วยเงินและวันหยุดของแม่ การอยากได้ที่ 1 จึงมีเรื่องที่ต้องคุยมากกว่าคะแนน
จบบทที่ 1
แล้วใครได้ที่หนึ่งล่ะ
คำถามท้ายบท
“ใครคือคนแรกที่ถามคุณว่าได้ที่เท่าไร แล้วตัวเขาเองเคยได้ที่เท่าไร”
คำตอบเก็บไว้ในเครื่องหรือบัญชีของคุณ ไม่ส่งให้ AI อ่าน
แหล่งอ้างอิงของบทนี้ (2)
- James, W. (1890). The principles of psychology (Vol. 1, บทที่ 10: The consciousness of self). Henry Holt. Project Gutenberg eBook #57628. ถ้อยคำไทยในเล่มแปลและเรียบเรียงเอง (our rendering). ลิงก์
- Ibn Khaldūn. (1377). al-Muqaddimah, ภาคที่ห้า ตอนว่าด้วยงานฝีมือต้องมีผู้สอน (ต้นฉบับอาหรับในวิกิซอร์ซ: มุก็อดดิมะฮ์ ส่วนที่สี่ ตอนที่ 16; ฉบับแปลอังกฤษของ F. Rosenthal, 1958, นับเป็น Chapter V, section 15 'The crafts require teachers'). Arabic text: Wikisource. ถ้อยคำไทยในเล่มแปลเองจากต้นฉบับอาหรับ (our rendering). ลิงก์
