

ถ้าฉันได้รับพรสามข้อ
Three Paper Wishes
นวนิยายขนาดสั้น ว่าด้วยสิ่งที่เราขอ กับสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว
ทีม Alljit
หนังสือ · Alljit
เรื่องในเล่มนี้เป็นเรื่องแต่ง ตัวละคร สถานที่ และเหตุการณ์สมมติขึ้นทั้งหมด ไม่ได้มาจากเรื่องหรือบทสนทนาของผู้ใช้จริงคนใด เมืองริมน้ำและตลาดคืนข้ามปีในเรื่องไม่ได้หมายถึงที่ใดที่หนึ่ง นิทานและความคิดของนักปราชญ์ที่ตัวละครเล่าถึง เป็นการเล่าใหม่ด้วยถ้อยคำของเราเอง
- เผยแพร่ครั้งแรก 1 ตุลาคม 2569 · ปรับปรุงล่าสุด 18 ตุลาคม 2569
- เขียนและเรียบเรียงโดย ทีม Alljit
- แหล่งอ้างอิง 9 รายการ ดูได้ที่หน้ารายละเอียดหนังสือ
- ภาพปกและภาพประกอบสร้างด้วย AI สำหรับหนังสือเล่มนี้
คำนำ
ถ้ามีใครยื่นพรให้คุณ 3 ข้อ คุณจะขออะไร ขวัญตอบข้อแรกได้ทันที พอถึงข้อสุดท้าย เธอเขียนแล้วขีดทิ้งอยู่หลายครั้ง
ขวัญอายุยี่สิบแปด ทำงานจัดอีเวนต์ในกรุงเทพฯ และมีหนี้บัตรจนไม่อยากเปิดดูยอด ทุกเช้าพ่อส่งรูปดอกไม้มาในกลุ่มครอบครัว ทุกเย็นแม่โทรถามว่ากินข้าวหรือยัง เธอเป็นคนซื้อโทรศัพท์ให้ทั้งคู่ แต่กลับมีหลายวันที่ไม่อยากรับสาย
ทั้งแปดบทติดตามขวัญตลอดเจ็ดปี ตั้งแต่คืนที่ได้กระดาษเปล่าจนถึงวันที่เรือลำสุดท้ายกลับมาหาเธอ อ่านเรียงกันแล้วจะเห็นว่าพรแต่ละข้อเปลี่ยนชีวิตส่วนไหน และส่วนไหนที่เธอยังต้องจัดการด้วยตัวเอง
ในเรื่องนี้มีเงินที่ญาติยังไม่คืน เพื่อนที่ยังโกรธ ลูกทีมที่เลือกเดินไป และพ่อที่ต้องไปโรงพยาบาลทุกสัปดาห์ ขวัญได้พรแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็ยังอยู่
ทีม Alljit1 ตุลาคม 2569
สารบัญ
อย่าขอของที่มีอยู่แล้วนะ มันเปลืองพร
— ตาอิ่ม

บทที่ 1 จาก 8 · ราว 5 นาที
กระดาษเปล่าสามแผ่น
คืนข้ามปี ชายแก่คนพับเรือกระดาษยื่นกระดาษเปล่าให้ขวัญ 3 แผ่น พร้อมกฎข้อเดียวที่ฟังเหมือนคำพูดเล่น
คืนข้ามปีที่ขวัญอายุ 28 ชายแก่ที่พับเรือกระดาษขายเด็กมาทั้งชีวิต ไม่ยอมขายเรือให้เธอ
แม่โทรมาตอน 1 ทุ่มทุกอาทิตย์ ชวนให้ขวัญกลับบ้านไปข้ามปีด้วยกัน พอถึงอาทิตย์ที่ 4 เธอก็ยอมขึ้นรถตู้จากหมอชิต ระหว่างทาง 2 ชั่วโมงนั้นคว่ำโทรศัพท์ไว้ ยอดบัตร 186,000 บาทเพิ่งส่งเตือนมาเมื่อเช้า เงินเดือนคนทำอีเวนต์ 32,000 ทำให้เธอจ่ายได้เพียงขั้นต่ำ
โทรศัพท์ของพ่อกับแม่ ขวัญซื้อให้เองตอนสงกรานต์ ตั้งกลุ่มแชตไว้ 3 คน ชื่อบ้านริมน้ำ แล้วสอนพ่อพิมพ์ด้วยนิ้วโป้งที่ดำเพราะน้ำมันเครื่อง พ่อถือโทรศัพท์ห่างตัวสุดแขน พ่อพิมพ์ชื่อเธอผิด 2 ครั้ง บ่นว่าตัวหนังสือเล็ก เธอเพิ่มขนาดให้แล้วส่งโทรศัพท์คืน ยังมีตัวเลขใต้ข้อความที่ไม่ได้อธิบาย แม่เรียกไปกินข้าวก่อน
ตลาดริมน้ำเต็มไปด้วยเด็กถือไฟเย็น แม่หัวเราะอยู่หลังแผงขนม พลอย ลูกพี่ลูกน้องวัย 27 ที่เป็นพยาบาล ช่วยทอนเงิน ป้าแดงเดินมาบีบแก้มพลอยแล้วมองผ่านขวัญไป แม่ยัดข้าวต้มมัดให้เธอ 2 ลูก "ผอมลงอีกแล้วนะลูก"
พ่ออยู่ท้ายตลาด ตรงท่าน้ำหน้าบ้านที่มุงหลังคาสังกะสีทำเป็นอู่ซ่อมเรือมา 40 ปี คนทั้งตลาดเรียกพ่อว่าช่างสิทธิ์ พ่อก้มอยู่กับเครื่องเรือใต้หลอดไฟดวงเดียว ผ้าขาวม้าพาดบ่า

ขวัญเดินไปยืนที่ปากประตูอู่ "พ่อ"
พ่อเงยหน้าจากเครื่องครู่หนึ่ง "มาแล้วเหรอ" แล้วก็ก้มลงไปหาน็อตตัวเดิม
ขวัญยืนรออีกนิด เผื่อจะมีประโยคที่สอง พ่อเอื้อมไปดึงลังน้ำมันเครื่องออกจากทาง เธอคิดว่าเขาจะให้ไปนั่ง แต่เขาลากมันไปวางอะไหล่แล้วก้มลงทำต่อ ลูกค้าคนหนึ่งเดินเข้ามาถามราคา พ่อพูดยาวจนขวัญถอยออกมาเอง
ใต้ต้นมะขามปลายตลาด ตาอิ่มยังนั่งพับเรือเหมือนที่ขวัญจำได้ แม่เล่าว่าแกขายอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แม่ยังสาว บนโต๊ะเหลือเรืออยู่ลำเดียว ขวัญหยิบมาหมุนดูแล้วถามราคา
"ลำนั้นไม่ขาย" ตาอิ่มไม่เงยหน้า "ลำนั้นไม่ใช่ของหนู"
ขวัญวางเรือคืน ตาอิ่มเปิดฝากล่องขนมสังกะสีใบบุบ หยิบกระดาษเปล่าออกมา 3 แผ่น สีครีม ขอบพิมพ์ลายแดงซีดๆ "เอานี่ไปแทน เขียนแผ่นละข้อ พับเรือเอง แล้วปล่อยลงน้ำ ขออะไรก็ได้"
ขวัญหัวเราะ ยื่นมือไปรับ แต่ตาอิ่มยังจับปลายกระดาษไว้ไม่ปล่อย

"อย่าขอของที่มีอยู่แล้วนะ มันเปลืองพร"
"ใครจะไปขอล่ะตา"
"เยอะแยะ" แกว่า แล้วค่อยปล่อยมือ
แล้วแกก็เล่านิทานฝรั่งเศสเก่าเรื่องหนึ่ง แบบคนแก่ที่ไม่มีใครขอให้เล่า คนตัดฟืนจนๆ ได้พร 3 ข้อ นั่งผิงไฟอยู่ดีๆ ก็เผลอขอไส้กรอก เมียด่าว่าโง่ เขาโมโหเลยขอให้ไส้กรอกไปติดจมูกเมีย พรข้อสุดท้ายหมดไปกับการเอามันออก1
"คนเราขอตามท้องก่อนตามใจเสมอ" ตาอิ่มหัวเราะจนไหล่สั่น "กระดาษเปล่านะหนู ไม่มีใครเขียนไว้ให้ก่อน"
ใกล้เที่ยงคืน ขวัญนั่งที่ท่าน้ำ ไฟอู่ดับตั้งแต่ 4 ทุ่ม เธออยากได้แฟนที่คบเกิน 3 เดือน ห้องที่ไม่สั่นเมื่อรถไฟผ่าน ยอดบัตรที่หายไป และอยากได้ยินพ่อพูดกับเธอยาวกว่า 3 คำ เธอไม่มีปากกา ใช้ดินสอเขียนขอบตาเขียนข้อที่ง่ายที่สุด
ขอให้ถูกรางวัลที่ 1
เธอพับเรือ วางลงบนน้ำแล้วปล่อยนิ้ว เรือจมลงตรงนั้นทันที ไม่มีระลอกสักวง เหมือนมีมือใครรับไว้จากข้างใต้ ขวัญหัวเราะออกมาดังเกินไปหน่อย พลุฝั่งโน้นแตกขึ้นพอดี ช่วยกลบไว้ทัน

แล้วเสียงแหบๆ ก็ดังออกมาจากความมืดในอู่ "ปีใหม่นี้ ขอให้ลูก… เออ ดีๆ นะ"
เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเสียงเดิมก็ว่าต่อ "ดึกแล้ว เข้าบ้าน"
ขวัญตอบว่า "จ้า" เสียงยาวพอให้รู้ว่าไม่ต้องบอกซ้ำ เธอเอามือปิดกระเป๋าสตางค์ขณะเดินผ่านประตูอู่ กลัวพ่อจะเห็นยอดบัตรบนโทรศัพท์ กระดาษอีก 2 แผ่นพับอยู่หลังบัตรประชาชน พอขึ้นบ้านเธอวางกระเป๋าไว้ใต้หมอน
ข้อคิดท้ายบท
- ขวัญเขียนเรื่องเงินได้ทันที เรื่องที่อยากถามพ่อยังค้างอยู่
จบบทที่ 1
กระดาษเปล่าสามแผ่น
ชวนคิดต่อ
ถ้าคืนนี้ได้พรหนึ่งข้อ คุณจะขออะไร และนั่นคือสิ่งที่อยากได้ที่สุดจริงหรือ
แหล่งอ้างอิงของบทนี้ (1)
- Perrault, C. (1922). The ridiculous wishes. In The fairy tales of Charles Perrault (R. Samber & J. E. Mansion, Trans.). Project Gutenberg eBook #29021. ต้นฉบับภาษาฝรั่งเศส Les Souhaits ridicules พิมพ์ครั้งแรกใน Le Mercure galant ค.ศ. 1693 https://fr.wikisource.org/wiki/Les_Souhaits_ridicules (เล่าใหม่ด้วยถ้อยคำของเราเอง) ลิงก์
