บทที่ 3 จาก 8 · ราว 5 นาที
ความเงียบที่ทุกคนได้ยิน
วิชัย 61 ปี คิดว่าแบกเรื่องบ้านไว้คนเดียว แต่ทั้งวงข้าวรู้สึกได้
1 ทุ่มคืนวันสงกรานต์ คนในบ้านกับญาติ 11 คนปูเสื่อกินข้าวกันในห้องนั่งเล่น มีทั้งที่นั่งบนพรมและรอบๆ นิดทำแกงเขียวหวานกับปลาทูทอด พี่น้อยหิ้วส้มตำและไก่ย่างมาจากสุพรรณฯ ผมชื่อวิชัย อายุ 61 นั่งหัววงตรงเดิม ตั้งแต่เปิดร้านวิชัยอะไหล่เมื่อปี 2538 ก็เป็นที่ของผมมาตลอด
แล้วข้าวหอมก็ถามขึ้นมาดังๆ ระหว่างแทะน่องไก่ “ตา ปีนี้ทำไมไม่ไปหัวหินเหมือนทุกปีอ่ะ” 10 ปีติดที่เราเช่าบ้านหัวหินคืนละ 3,500 ทุกสงกรานต์ ปีนี้ผมบอกทุกคนว่าคนเยอะ รถติด ไม่คุ้ม
ทั้งวงเงียบไปพักหนึ่ง นิดตักแกงใส่จานผม “กินอีกสิพ่อ” พี่น้อยบ่นว่าปีนี้ร้อนกว่าทุกปี ฝนก้มดูโทรศัพท์ ผมรู้ว่าต้องเร่งเครื่องให้ผ่านไป เลยพูดเสียงดังกว่าเดิม “โต้งมันขายรถได้ที่ 1 ของสาขาเลยนะปีนี้”
หูโต้งแดงขึ้นทันที เขาตอบว่า “ก็…เรื่อยๆ พ่อ” ญาติปรบมือแล้วพี่น้อยก็ถามเงินเดือน ผมเป็นคนตอบแทนลูก วงข้าวจึงกลับมาคุยกันได้ ผมโล่งใจที่เปลี่ยนเรื่องสำเร็จ โดยไม่ได้ถามโต้งว่าตัวเลขที่พูดไปยังถูกอยู่ไหม
สิ่งที่ผมทำทุกเช้า
ผมพูดเรื่องแบบนี้ไม่เป็น 6 ปีที่ฝนเรียนมัธยม ผมตื่นตี 5 ครึ่งทุกวัน ขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งลูกขึ้นรถตู้โรงเรียนที่หน้าตลาด ไม่เคยพูดคำว่ารักสักครั้ง มีวันหนึ่งฝนลืมกระเป๋า ผมขี่กลับไปเอาแล้วตามรถตู้ไปส่ง ตอนนั้นลูกบ่นว่าพ่อดุก่อนจะดูว่าลูกลืมอะไร ทุกวันนี้ผมไปส่งข้าวหอม แกบอกให้จอดไกลหน่อย เพื่อนล้อว่าตาขับรถเก่า ผมทำเป็นไม่ได้ยิน

เรื่องบ้าน ผมก็คิดว่าทำแบบเดียวกัน ร้านเคยมีกำไรเดือนละ 60,000 พอร้านออนไลน์มาก็เหลือไม่ถึง 15,000 ตุลาคม 2566 ผมเอาโฉนดห้องแถวไปขายฝากกับนายทุนที่ลูกค้าเก่าแนะนำ ได้มา 400,000 ดอกเดือนละ 5,000 ต้องไถ่คืนภายในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 มกราถึงมีนาปีนี้ผมส่งดอกไม่ไหว 3 งวด ไม่มีใครในบ้านรู้ ผมแน่ใจ
หน้านิ่ง แต่คนข้างๆ รู้
มีการทดลองหนึ่งจับคู่ผู้หญิงที่ไม่เคยรู้จักกัน ให้ดูสารคดีสงครามที่ดูแล้วสะเทือนใจ แล้วคุยกัน คนหนึ่งได้รับคำสั่งลับให้เก็บความรู้สึกไว้ไม่ให้อีกฝ่ายเห็น ผลคือบทสนทนาฝืดลง ความดันเลือดของฝ่ายที่ไม่รู้อะไรเลยขึ้นสูงกว่าคู่ที่คุยกันตามปกติ ทั้งคู่รู้สึกสนิทกันน้อยลง ส่วนคนที่เก็บก็ใจลอย เพราะต้องคอยเฝ้าหน้าตัวเอง1

ผลจากผู้หญิงในห้องทดลองบอกไม่ได้ว่าใครในวงข้าวรู้อะไร วิชัยอาจตีสีหน้านิดผิดเหมือนที่อ่านหูแดงของโต้งผิด แต่นิดกับฝนต้องรับผลเรื่องบ้านด้วย การไม่บอกทำให้ทั้งคู่เตรียมตัวจากคำอธิบายของเขาเท่านั้น แม้เขาจะไปส่งลูกทันทุกเช้า
4 ทุ่มครึ่ง ผมนั่งบนม้านั่งไม้หน้าร้าน ฝนนั่งชิดข้างๆ ช่วยลงแอปธนาคารให้ใหม่ เพราะสาขาในเมืองปิดไปแล้ว ลูกถือโทรศัพท์ผม กดไปบ่นไป มืออีกข้างวางบนไหล่ผม แล้วข้อความหนึ่งก็เด้งลงมาจากขอบจอ แจ้งดอกเบี้ยขายฝากงวดเมษายน 5,000 บาท ยอดค้าง 3 งวด มีบ้านเลขที่ของเราอยู่ในนั้น

ฝนอ่านจนจบ มือยังอยู่บนไหล่ผม “พ่อ มีอะไรจะบอกหนูไหม”
ผมดึงโทรศัพท์คืน “ไม่มีอะไร เดี๋ยวพ่อจัดการเอง ไปนอนเถอะ เพลียมาทั้งวัน”
ลูกถามว่าลงแอปต่อไหม ผมบอกพรุ่งนี้ก็ได้ ทั้งที่ต้องใช้โอนเงินเช้า ลูกวางโทรศัพท์ไว้บนม้านั่งแล้วเข้าบ้านไป ผมเดินไปซื้อบุหรี่ที่ร้านสะดวกซื้อปากซอย กลับมานั่งสูบที่ม้านั่งตัวเดิม 2 มวน ทั้งที่เลิกมาได้ 3 ปีแล้ว
จุดสำคัญของบทนี้
- ฝนถามแล้ว วิชัยยังไม่ตอบ คนในบ้านจึงยังจัดการเรื่องบ้านร่วมกันไม่ได้
จบบทที่ 3
ความเงียบที่ทุกคนได้ยิน
คำถามท้ายบท
“ในบ้านของคุณ เรื่องไหนที่ทุกคนรู้ แต่ไม่มีใครพูด”
คำตอบเก็บไว้ในเครื่องหรือบัญชีของคุณ ไม่ส่งให้ AI อ่าน
แหล่งอ้างอิงของบทนี้ (1)
- Butler, E. A., Egloff, B., Wilhelm, F. H., Smith, N. C., Erickson, E. A., & Gross, J. J. (2003). The social consequences of expressive suppression. Emotion, 3(1), 48–67. ลิงก์
