บทที่ 6 จาก 8 · ราว 5 นาที
พ่อผิดเอง
วิชัย 61 ปี โทษร้านออนไลน์มา 2 ปี จนคืนที่พระจันทร์หายไปทั้งดวง
4 ทุ่มคืนวันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน ผมนั่งอยู่ในร้านคนเดียว ประตูเหล็กม้วนดึงลงมาครึ่งหนึ่ง ป้ายวิชัยอะไหล่ที่แขวนมา 30 ปียังอยู่เหนือหัว ผมอายุ 61 นั่งเก้าอี้พลาสติก ไถดูคลิปช่างซ่อมเครื่องในโทรศัพท์ สมุดบัญชีที่ผมเลิกเปิดตั้งแต่มกราคมวางอยู่บนเคาน์เตอร์กระจก มีเครื่องคิดเลขทับไว้ อีก 96 วันจะถึง 12 ธันวาคม ตัวเลขนี้อยู่ในหัวผมเองโดยไม่ต้องนับ

เรื่องที่ผมเล่าให้ตัวเองฟัง
ถ้าใครถาม ผมมีคำตอบพร้อม เหมือนอธิบายลูกค้าว่าทำไมรถสตาร์ตไม่ติด ผ้าเบรกที่ผมขาย 180 ในแอปขาย 120 ส่งฟรี นายทุนคนนั้นมันเขี้ยว เศรษฐกิจไม่ดี นิดรู้ก็มีแต่จะกลุ้ม ฝนมีภาระพอแล้ว ทุกข้อจริงอยู่ครึ่งหนึ่ง ส่วนเรื่องที่ดีขึ้น ผมก็มีคำอธิบายเหมือนกัน ตั้งแต่พฤษภา พอถึงวันส่งดอก เงินในลิ้นชักร้านมีพอทุกที ผมคิดว่าลูกค้าเก่าเริ่มกลับมา ไม่เคยถามนิดสักคำว่าทำไม
ผมเปิดสมุดบัญชีไปถึงหน้าที่จดเงินขายฝาก ตอนนั้นตั้งใจซื้ออะไหล่รุ่นใหม่มาสต็อก ลูกค้าเก่าเคยรับปากว่าจะเหมาทั้งลัง เขาเปลี่ยนใจ ส่วนผมไม่ได้ถามคนอื่นก่อนสั่ง ของบางกล่องยังอยู่ชั้นบนสุด มีฝุ่นจนมองสีไม่ออก
ใกล้เที่ยงคืน เด็กข้างบ้านตะโกนว่าพระจันทร์หาย คนในซอยจึงออกมาแหงนหน้าดู ยายสมใจยืนข้างบ้าน พ่อจากบ้านถัดไปให้ลูกขี่คอ เด็กๆ ชี้ขึ้นฟ้า ผมยืนอยู่ท้ายกลุ่ม เห็นดวงจันทร์ค่อยๆ คล้ำเป็นสีแดงอิฐจนเกือบมองไม่เห็น
ใกล้ตี 2 ขอบดวงจันทร์ด้านหนึ่งสว่างกลับมาเป็นเส้นบางๆ ทั้งซอยร้องเฮพร้อมกัน ผมเฮช้ากว่าคนอื่น ยายสมใจถามว่าที่บ้านหลับหมดแล้วหรือ ผมตอบว่า “ครับ” แล้วเพิ่งนึกได้ว่าไม่ได้บอกนิดว่าตัวเองออกมา แกคงคิดว่าผมนั่งอยู่หน้าร้าน

ความทรงจำแพ้ความภูมิใจ
นีทเชอเขียนไว้สั้นๆ ความทรงจำบอกว่า ฉันทำสิ่งนั้น ความภูมิใจบอกว่า ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก และไม่ยอมถอย สุดท้ายความทรงจำก็ยอมแพ้1 เหตุผลเรื่องร้านออนไลน์ของวิชัยยังมีส่วนจริง แต่ไม่ใช่คำอธิบายว่าทำไมเขาจึงให้คนในบ้านรู้ทีหลัง
จื่อก้ง ศิษย์ของขงจื๊อ เปรียบว่าความผิดของคนดีเหมือนสุริยุปราคาและจันทรุปราคา ใครๆ ก็เห็น และเมื่อเขาแก้ ใครๆ ก็แหงนมองเขาอีกครั้ง2 ภาพที่จื่อก้งใช้หวังว่าจะมีคนมองขึ้นมาอีกครั้ง แต่การแก้เรื่องบ้านต้องใช้เงินจากคนอื่นด้วย วิชัยยังต้องฟังว่าคนที่ช่วยจ่ายยอมรับเงื่อนไขอะไรบ้าง คำว่าพ่อผิดเองเริ่มบทสนทนาได้ แต่ลงชื่อแทนใครไม่ได้
เช้าวันจันทร์ 6 โมง 40 ผมส่งข้าวหอมขึ้นรถตู้โรงเรียนที่หน้าตลาดแล้ว จอดมอเตอร์ไซค์ข้างทาง โทรหาฝนซึ่งเพิ่งลงเวรดึก ได้ยินเสียงตู้ล็อกเกอร์ปิดดังปังในสาย ผมซ้อมพูดกับหน้าจอก่อนกดโทร 2 รอบ พอได้ยินเสียงฝนจึงพูดว่า “พ่อผิดเอง” แล้วตามด้วย 400,000 วันที่ 12 ธันวา และดอกที่เคยค้าง 3 งวด พูดรวดเดียวเหมือนอ่านใบเสร็จ
สายเงียบไปนานจนผมนึกว่าหลุด “หนูรู้ตั้งแต่สงกรานต์แล้วพ่อ” แล้วเสียงลูกก็แข็งขึ้น “ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก”
ผมบอกว่าไม่อยากให้เป็นห่วง ลูกถามว่า “แล้วตอนนี้หนูไม่ต้องห่วงเหรอ” ผมไม่มีคำตอบ ฝนบอกให้ถ่ายเอกสารทุกหน้าส่งมา ห้ามบอกแค่ตัวเลขที่ผมคิดว่าสำคัญ ผมตอบตกลง แล้วถามว่าลูกกินข้าวหรือยัง ฝนบอกว่าขอจบเรื่องเอกสารก่อน
เย็นนั้นผมเล่าเรื่องขายฝากให้นิดฟัง เธอฟังจนจบ ไม่ถามว่าทำไมผมถึงบอกลูกก่อน แล้วลุกไปตำน้ำพริก เสียงสากกระทบครกคืนนั้นดังจนผมนั่งฟังอยู่ ไม่ได้ถามอะไรเธออีก
จุดสำคัญของบทนี้
- วิชัยต้องส่งเอกสารทุกหน้าให้ฝน ก่อนขอให้ลูกช่วยจ่าย
จบบทที่ 6
พ่อผิดเอง
คำถามท้ายบท
“เรื่องที่คุณเล่าให้ตัวเองฟังเรื่องไหน ที่ไม่มีคำว่าฉันอยู่ในนั้นเลย”
คำตอบเก็บไว้ในเครื่องหรือบัญชีของคุณ ไม่ส่งให้ AI อ่าน
แหล่งอ้างอิงของบทนี้ (2)
- Nietzsche, F. Beyond good and evil, §68 (H. Zimmern, Trans.). Project Gutenberg eBook #4363. ถ้อยคำไทยในเล่มแปลเองจากต้นฉบับเยอรมัน Jenseits von Gut und Böse §68 (our rendering) ลิงก์
- Confucius. The Analects, Book XIX, ch. 21 (speaker: the disciple Zigong/Tsze-kung) (J. Legge, Trans.). Project Gutenberg eBook #3330. ถ้อยคำไทยในเล่มถอดความเอง (our rendering) ลิงก์
