บทที่ 2 จาก 8 · ราว 6 นาที
ชื่อเล่นที่พ่อตั้งให้
พ่อตั้งชื่อเล่นวรรณาว่าอ้วน ในวันที่เธอหนัก 4.1 กิโล 38 ปีต่อมา ลูกสาวของเธอไม่ยอมกินข้าว
สงกรานต์ปีนี้ 11 โมง ลานบ้านแม่ที่บ้านไผ่ ขอนแก่น ลูกหลานเพิ่งรดน้ำผู้ใหญ่กันเสร็จ ลุงเปี๊ยกยกมือถือจะถ่ายรูปหมู่ แล้วตะโกนข้ามลานมาว่า “อ้วน! มายืนข้างหลังนะ เดี๋ยวบังคนอื่น”
ทั้งลานหัวเราะ วรรณาหัวเราะด้วย เป็นเสียงหัวเราะแบบที่เธอใช้มา 25 ปี คือหัวเราะให้เร็วกว่าที่ใครจะทันเห็นว่าเธอไม่ขำ แล้วเดินไปยืนแถวหลังสุด ข้างโอ่งน้ำ
ชื่อที่ตั้งตอนหนัก 4.1 กิโล
วรรณาเกิดปี 2531 หนัก 4,100 กรัม พ่อเป็นช่างซ่อมรถไถอยู่บ้านไผ่ บอกทุกคนในโรงพยาบาลว่าลูกพ่อแข็งแรง แล้วตั้งชื่อเล่นให้ตรงนั้นว่าอ้วน ตอนเด็ก เวลาเดินหลงกับแม่ในตลาด แม่จะตะโกนว่าอ้วน และเธอหันตามทุกครั้ง ไม่เคยได้ยินมันเป็นคำล้อ

คำล้อมาตอน ม.2 เมื่อเพื่อนในห้องเรียกตาม ปีนั้นเธอเริ่มลดน้ำหนักเป็นครั้งแรก และลดๆ ขึ้นๆ มาตั้งแต่นั้น วันนี้วรรณาอายุ 38 เป็นพยาบาลเวรดึกที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด หนัก 54 กิโล และยังงดข้าวเย็นทุกครั้งก่อนวันที่ต้องเจอญาติ
3 ปีก่อน วรรณาเปลี่ยนชื่อในไลน์เป็น Wanna แต่แม่ยังทักมาทุกเย็นว่า “อ้วน กินข้าวยัง” พ่อเสียตั้งแต่ปี 2563 เธอเคยคิดจะขอให้แม่เรียกชื่อจริงด้วย ทว่าทุกครั้งที่เห็นคำเดิมก็นึกถึงพ่อเรียกมาจากใต้รถไถ แล้วไม่ได้ส่งคำขอนั้นออกไป ถึงอย่างนั้น ก่อนพบญาติแต่ละครั้ง เธอยังอดข้าวเย็นเหมือนเดิม
คำแรกที่ทำให้มีคำว่าฉัน
คำเดียวหนักขนาดนี้ได้อย่างไร เฮเลน เคลเลอร์ตาบอดและหูหนวกหลังป่วยหนักตอนอายุ 19 เดือน ครูของเธอมาถึงตอนเธออายุเกือบ 7 ขวบ วันหนึ่งที่ข้างปั๊มน้ำ ครูจับมือเธอรองน้ำเย็น แล้วสะกดคำว่าน้ำลงบนอีกฝ่ามือ เธอเข้าใจขึ้นมาทันทีว่าทุกอย่างมีชื่อ1

หลายปีต่อมาเธอเขียนเล่าว่า ก่อนมีภาษา เธอไม่มีความรู้สึกว่ามีตัวเองอยู่เลย ความรู้สึกว่ามีฉันตื่นขึ้นมาพร้อมกับคำ2 เรื่องที่เคลเลอร์เล่าช่วยให้เห็นความสำคัญของภาษา แต่ตอบแทนวรรณาไม่ได้ว่าชื่อไหนควรเก็บ เธออาจคิดถึงพ่อและยังไม่อยากได้ยินชื่อที่พ่อตั้งในบางวัน
วันที่ใบข้าวไม่ยอมกินข้าว
2 สัปดาห์หลังสงกรานต์ 1 ทุ่มตรง ก่อนวรรณาออกไปขึ้นเวร ใบข้าว ลูกสาววัย 7 ขวบ เลื่อนจานข้าวออกห่างตัว “หนูไม่กิน เดี๋ยวหนูอ้วนเหมือนแม่”
วรรณาวางช้อนลง บอกว่าตอนลูกโตตัวจะเปลี่ยนไปอีก ใบข้าวถามว่าหนูไม่กินได้ไหม วรรณาตอบว่าไม่ต้องอดเพื่อไม่ให้คนล้อ เธอเกือบพูดว่าดูแม่สิ แต่บนโต๊ะมีจานของลูกใบเดียว จานของเธอเองยังอยู่ในตู้
เสาร์ถัดมาที่บ้านไผ่ ลุงเปี๊ยกเห็นใบข้าวนั่งตักแม่ ก็แซวว่าอ้วนน้อย ทุกคนหัวเราะ คราวนี้วรรณาไม่หัวเราะ เธอหันไปหาแม่ คนเดียวในวงที่ไม่ได้พูดอะไรเลย แล้วพูดเสียงดังกว่าที่ตั้งใจ “แม่ เลิกเรียกหนูว่าอ้วนได้ไหม หนู 38 แล้วนะ”
วงข้าวเงียบ แม่มองหน้าเธอ “พ่อเขาตั้งให้นะ” แม่พูดเบาๆ แล้วลุกเข้าครัว เสียงฝาหม้อกระทบกันดังอยู่นาน ขากลับเข้าเมือง 40 นาที ไม่มีใครในรถพูดอะไร ใบข้าวหลับอยู่เบาะหลัง
ใครยังเรียกได้
วรรณาไม่ได้ขอโทษแม่ แม่ก็ไม่ได้ขอโทษเธอ อาทิตย์ต่อมาเธอพิมพ์ลงกลุ่มไลน์ครอบครัว ขอให้ทุกคนเรียกใบข้าวว่าใบข้าวเฉยๆ ลุงเปี๊ยกตอบว่า “โห สมัยนี้แตะอะไรไม่ได้เลย” แล้วก็ทำตาม เกือบทุกครั้ง
ส่วนแม่ วรรณาโทรไปบอกว่ายังเรียกชื่อเล่นได้ตอนอยู่กันเอง แต่ไม่อยากให้เรียกข้ามลานอีก แม่ถามว่าชื่อที่พ่อตั้งไม่ดีตรงไหน เธออธิบายว่าได้ยินจากแม่แล้วไม่เหมือนเวลาคนอื่นเอาไปล้อ แม่ยังถามกลับอยู่บ้าง วันถัดมาแม่พิมพ์ในกลุ่มเพียงว่ากินข้าวหรือยัง วรรณาอยากโทรหา แต่ขณะนั้นกำลังส่งเวร
ถ้าถามวรรณาวันนี้ เธอจะแนะนำตัวว่า “วรรณาค่ะ พยาบาลเวรดึก ที่บ้านเรียกอ้วน ตอนนี้เหลือคนเรียกได้คนเดียว”
จุดสำคัญของบทนี้
- วรรณาขอให้เลิกล้อได้ แม้ยังคิดถึงพ่อที่ตั้งชื่อนี้ให้
จบบทที่ 2
ชื่อเล่นที่พ่อตั้งให้
คำถามท้ายบท
“ชื่อเล่นหรือป้ายไหนที่คุณอยากให้เหลือคนเรียกได้แค่บางคน”
คำตอบเก็บไว้ในเครื่องหรือบัญชีของคุณ ไม่ส่งให้ AI อ่าน
แหล่งอ้างอิงของบทนี้ (2)
- Keller, H. (1903). The story of my life, chs. I, IV; and Anne Sullivan's letter of 5 April 1887 (Part III of the same volume; Sullivan d. 1936), the source for the facts of the pump-house scene and the words 'everything has a name'. Doubleday, Page & Co. Project Gutenberg eBook #2397. ในเล่มถอดความด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ได้ยกคำพูดมา (paraphrase, not quoted). ลิงก์
- Keller, H. (1908). The world I live in, ch. XI, Before the soul dawn. The Century Co. Project Gutenberg eBook #27683. ในเล่มถอดความด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ได้ยกคำพูดมา (paraphrase, not quoted). ลิงก์
