บทที่ 6 จาก 8 · ราว 5 นาที
คำติที่ไม่มีชื่อคนเขียน
ลูกน้อง 3 คนเขียนประโยคเดียวกัน ชัยวัฒน์ใช้วันเสาร์ทั้งวันตามหาว่าใครเขียน
5 โมง 10 นาทีเย็นวันศุกร์ ชัยวัฒน์นั่งในรถที่ลานจอดของบริษัท เปิดไฟล์ผลประเมินแบบ 360 องศาที่ฝ่ายบุคคลเพิ่งเริ่มใช้ปีนี้ คะแนนผ่านทุกข้อ แล้วเขาก็เลื่อนลงไปเจอช่องความเห็นจากลูกน้อง
“พี่ชัยถามความเห็นทุกคน แต่ตัดสินใจไว้แล้วตั้งแต่ก่อนถาม” อีก 2 ช่องเขียนเกือบเหมือนกัน ชัยวัฒน์อายุ 39 เป็นผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัทค้าวัสดุก่อสร้างที่บ่อวิน ชลบุรี ดูแลทีม 11 คน และภูมิใจมาตลอดว่าเป็นหัวหน้าที่ถามทุกคน
ตามหาคนเขียน
วันเสาร์ ชัยวัฒน์ใช้เวลา 3 ชั่วโมงไล่อ่านแชตทีมย้อนหลัง หาว่าใครชอบใช้คำว่าไว้แล้ว พอตกบ่ายเขาก็ปักใจว่าเป็นแพม เซลส์วัย 27 ที่ทำยอดดีที่สุด และเป็นคนเดียวที่เคยเถียงเขาในที่ประชุม เขายังไม่มีหลักฐานอื่น แต่เริ่มอ่านทุกข้อความของเธอด้วยความระแวง
เช้าวันจันทร์ ชัยวัฒน์เปิดประชุมทีมด้วยประโยคที่ซ้อมมาตั้งแต่เมื่อคืน “ใครมีอะไรพูดต่อหน้าได้เลยนะ ผมเปิดกว้าง” ห้องเงียบทั้งห้อง แพมก้มมองสมุดจด จนจบประชุมก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก
กระจกบานที่บ้าน
คืนวันจันทร์ ผลประเมินที่เขาพิมพ์ออกมายังวางบนโต๊ะกินข้าว เปิ้ล ภรรยาวัย 38 ครูมัธยม เดินมาจากครัวทั้งที่ยังถือทัพพี ชะโงกอ่านข้างไหล่เขาแล้วหัวเราะ
“ก็จริงนี่ ตอนเลือกโรงเรียนลูก เธอก็ถามฉัน หลังโอนเงินจองไปแล้ว”
“นั่นมันคนละเรื่อง” ชัยวัฒน์พับกระดาษเก็บ
2 วันหลังจากนั้นเขาคุยกับเปิ้ลแค่เรื่องจำเป็น ลูกสาววัย 9 ขวบแอบถามแม่ว่าพ่อโกรธอะไร เปิ้ลบอกว่าพ่อโดนตรวจการบ้าน

สิ่งที่คนอื่นเห็นชัดกว่า
มีงานวิจัยหนึ่งให้คนประเมินนิสัยตัวเอง ให้เพื่อนและคนแปลกหน้าประเมินด้วย แล้วเทียบกับผลวัดจริง เจ้าตัวรู้เรื่องข้างในอย่างความกังวลได้แม่นที่สุด แต่บางเรื่องอย่างความฉลาด คนรอบตัวกลับประเมินได้แม่นกว่า1
ต่อจากนี้เป็นการเดาของเราเอง วิธีที่คนหนึ่งตัดสินใจเกิดขึ้นต่อหน้าคนอื่นทุกวัน ลูกน้องจึงเห็นมันเต็มตา เจ้าตัวอาจจำคำเชิญให้เสนอมากกว่าจังหวะที่ขัดคนพูด ข้อนี้ต้องดูสิ่งที่ทำจริง ไม่ใช่เดาว่าหัวหน้าตั้งใจดีหรือว่าลูกน้องทุกคนเห็นตรงกัน
เกือบ 1,400 ปีก่อน จักรพรรดิถังไท่จงมีขุนนางชื่อเว่ยเจิงที่ทักท้วงตรงๆ มาตลอด เมื่อเว่ยเจิงตาย พระองค์ตรัสว่า ใช้สำริดเป็นกระจก จัดหมวกเสื้อได้ ใช้อดีตเป็นกระจก รู้ว่าบ้านเมืองรุ่งหรือล่มเพราะอะไร ใช้คนเป็นกระจก เห็นถูกผิดของตัวเอง เว่ยเจิงตายแล้ว กระจกบานหนึ่งจึงหายไป2 จักรพรรดิไว้อาลัยให้คนที่ติพระองค์ ส่วนชัยวัฒน์ใช้วันเสาร์ตามหาคนที่ติเขา

2 เดือนต่อมา
แพมยื่นใบลาออก ในแบบฟอร์มก่อนออกเธอเขียนประโยคเดียวกับในผลประเมิน ลูกค้า 4 รายที่เธอดูแลย้ายตามไปด้วย ยอดขายรวมราว 1.2 ล้านบาทต่อปี
ตอนนี้ก่อนถามความเห็น ชัยวัฒน์เขียนบนไวต์บอร์ดว่า ผมเอนไปทางนี้ ใครค้านได้ ครั้งหนึ่งลูกน้องเสนอให้เลื่อนส่งของ เขาบอกทันทีว่าไม่ทันยอดปลายเดือน แล้วหยุด คนเสนอเงียบไปแล้ว เขาต้องขอให้เล่าใหม่และเอาข้อมูลไปคุยกับฝ่ายส่งของ งานใช้เวลามากกว่าที่เคย ผลประเมินรอบถัดมามีความเห็นว่า “ดีขึ้นนิดนึง” เขายังเอาแชตมาเทียบสำนวนก่อนปิดจอ
วันหนึ่งเขาเจอแพมที่ร้านกาแฟ อยากเล่าว่าตอนนี้เปลี่ยนวิธีประชุมแล้ว แต่เธอทักเพียงสั้นๆ ก่อนขอตัว เขาจึงไม่ได้เรียกไว้ หากต้องแนะนำตัว ชัยวัฒน์ยังบอกว่าดูแลฝ่ายขาย ส่วนคำว่าฟังเก่งที่เคยพูดต่อท้าย เขาเว้นไว้ก่อน
จุดสำคัญของบทนี้
- เขียนว่าใครค้านได้แล้ว ชัยวัฒน์ยังต้องยอมให้งานเปลี่ยนตามข้อมูลของคนค้าน
จบบทที่ 6
คำติที่ไม่มีชื่อคนเขียน
คำถามท้ายบท
“ใครคือคนที่บอกเรื่องที่คุณไม่อยากได้ยิน โดยไม่ได้อะไรตอบแทน”
คำตอบเก็บไว้ในเครื่องหรือบัญชีของคุณ ไม่ส่งให้ AI อ่าน
แหล่งอ้างอิงของบทนี้ (2)
- Vazire, S. (2010). Who knows what about a person? The self–other knowledge asymmetry (SOKA) model. Journal of Personality and Social Psychology, 98(2), 281–300. https://doi.org/10.1037/a0017908 ลิงก์
- 劉昫 等 Liu Xu et al. (945). 舊唐書 (Old book of Tang), 卷71, 列傳第21, 魏徵. Chinese Wikisource. ถ้อยคำไทยในเล่มแปลและเรียบเรียงเอง (our rendering). ลิงก์
