บทที่ 10 จาก 10 · ราว 7 นาที
จาก “ได้อะไร” สู่ “เพื่ออะไร”
วันหนึ่งวัดด้วยสิ่งที่ได้ ชีวิตหนึ่งวัดด้วยว่าเราทำไปเพื่ออะไร
หลังบ้านไม้ของตาเหลียงที่บ้านโป่ง ราชบุรี มีต้นมะม่วงสูงเกินหลังคา ตาปลูกไว้ตั้งแต่แม่ของโจยังเด็ก รดน้ำอยู่หลายปีกว่าจะได้กินลูกแรก ตาเสียไปตั้งแต่ปี 2561 ยายตามไปเมื่อปีที่แล้ว ส่วนต้นมะม่วงยังออกลูกทุกเมษายน ใต้ต้นมีเก้าอี้ไม้ตัวเก่าที่ตาเคยนั่งปอกมะม่วงให้หลาน
โจ หลานคนโตของตา อายุ 42 เป็นผู้จัดการสาขาร้านอาหารในห้างที่บางใหญ่ เงินเดือน 38,000 บวกโบนัสตามยอด ทำงานสัปดาห์ละ 6 วัน และมีหนี้บัตรเครดิต 160,000 ที่อยากปิดให้ได้ ประโยคที่เขาใช้วัดทุกอย่างมีประโยคเดียว ทำไปแล้วได้อะไร วันอาทิตย์ที่อยู่บ้านกับปลื้ม ลูกชายวัย 6 ขวบ คือค่าโอทีวันละ 1,200 ที่หายไป ต้นมะม่วงหลังบ้านตาก็โดนคำถามเดียวกัน เก็บไว้ได้อะไร
วันสงกรานต์ บนพื้นไม้ของบ้านตา
13 เมษายน บ่าย 2 โมง ลูกของตาทั้ง 4 คนนั่งบนพื้นไม้ ที่ดิน 1 ไร่มีคนขอซื้อ 1.8 ล้าน โจกดขายในโพลกลุ่มไลน์ไว้แล้ว คิดว่าส่วนของแม่ 1 ใน 4 พอปิดหนี้บัตรเขา แต่ยังไม่ได้ถามว่าแม่จะใช้เงินทำอะไร พอแม่พูดถึงหลังคาบ้านที่รั่ว เขานั่งฟังโดยไม่ถามเรื่องหนี้ตัวเอง
ตอนเช้า ปลื้มปีนต้นมะม่วงกับลูกพี่ลูกน้อง แล้วไต่ลงมาพร้อมมะม่วงลูกหนึ่งกับคำถาม “ต้นนี้ใครปลูก” โจบอกว่าตาทวด ปลื้มกัดมะม่วงแล้วถามต่อ “ตาทวดได้กินเยอะไหม” โจตอบไม่ได้ เขาไม่เคยนับ
บ่ายนั้นวงเถียงกันจนเสียงดัง น้าคนเล็กอยากขาย ลุงอยากเก็บ แม่ของโจเงียบ ปลื้มมาดึงแขนพ่อ ชวนต่อตัวต่อไม้ในห้องข้างๆ โจลุกออกจากวงทั้งที่ยังไม่อยากลุก แล้วนั่งต่อตัวต่อกับลูกบนพื้นไม้อยู่ 1 ชั่วโมง เป็นชั่วโมงเดียวของสงกรานต์ปีนั้นที่เขาไม่ได้ดูโทรศัพท์

ได้อะไร กับเพื่ออะไร
งานสำรวจผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน 397 คนพบส่วนที่เกี่ยวข้องและแตกต่างกันระหว่างความสุขกับความหมายในชีวิต เช่น ความต้องการในปัจจุบัน การให้ และการเชื่อมโยงกับอดีตหรืออนาคต1 ข้อมูลแบบสำรวจไม่ได้แบ่งว่าทางเลือกไหนสูงส่งกว่า และไม่ได้บอกครอบครัวโจว่าต้องเก็บที่ดิน การขายเพื่อซ่อมบ้านหรือจัดการหนี้อาจตอบสิ่งสำคัญในชีวิตได้เช่นกัน คำถามคือแต่ละคนอยากใช้เงินและดูแลบ้านต่ออย่างไร
ประโยคเดิม: “เก็บไว้ได้อะไร”
ประโยคใหม่: “เก็บไว้เพื่ออะไร และเพื่อใคร”
5 โมงเย็น โจถามว่าเก็บไว้เพื่ออะไร และเพื่อใคร น้าคนเล็กถามกลับว่าใครจะมาดูแลบ้าน เขาเกือบตอบว่าจะมา แล้วนึกถึงวันที่เคยบอกลูกว่าจะอยู่บ้าน ครอบครัวยังคุยกันอีกจนค่ำ สุดท้ายตกลงขายครึ่งหน้าติดถนนได้ 1 ล้าน ส่วนหลังไว้คุยปีหน้า แม่เก็บเงินส่วนใหญ่ไว้ซ่อมบ้าน ให้เขายืมบางส่วน หนี้บัตรโจจึงยังไม่หมด
นกตัวเดียว กับคนปลูกต้นไม้
เช้าวันที่ 13 ระหว่างขับเข้าบ้านโป่ง รถผ่านนาข้าวและนกนางแอ่นตัวหนึ่ง อริสโตเติลเขียนว่านกตัวเดียวไม่ได้ทำให้เป็นฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเวลาสั้นๆ ก็ไม่ทำให้เป็นชีวิตที่ดี2 หลังกลับร้าน โจยังคิดถึงโอทีเมื่อปลื้มขอให้อยู่บ้าน เดือนต่อมาเขาอยู่ด้วยได้ 2 วันอาทิตย์จาก 4 วัน ไม่ได้รับรองว่าจะได้เท่านี้ทุกเดือน

ซิเซโรเขียนถึงชาวนาสูงวัยชาวโรมันที่ยังปลูกต้นไม้ ทั้งที่รู้ว่าคงไม่ได้เห็นมันโต และยกกลอนเก่ามาบรรยายว่าเขาปลูกไว้ให้คนอีกรุ่นได้ประโยชน์ ความคิดของชาวนาคือสิ่งที่เรามี เรารับมาจากคนรุ่นก่อน และมีหน้าที่ส่งต่อ3 ตาเหลียงไม่เคยอ่านซิเซโร แต่ใครถามว่าปลูกไปทำไม ตาตอบประโยคเดิมทุกครั้ง “ปลูกไว้ให้หลานปีน”
คน 10 คนในเล่มนี้
เพ็ญถามว่ามีทางอื่นไหม แล้วหิ้วข้าวมันไก่ไปขอให้ฟ้าสอน ครูแอนเปลี่ยนคำว่าไม่ถนัดเป็นคำว่ายัง แล้วนั่งกับภูมิ 20 นาที พลอยเปลี่ยนแน่ๆ เป็นอาจจะ แล้วไปเคาะประตู น้ำฝนย้ายคำว่าต้องมาไว้ที่ส่วนของตัวเอง แล้วซื้อเสื้อชูชีพให้พ่อ ชัยให้วันที่กับคำว่าสักวัน แล้วพาลูกไปทะเลในวันที่ฝนตก
ต้นบอกเกดว่าเหนื่อย ยังต้องคุยเรื่องคนช่วย กิ๊ฟพูดความจริงเรื่องแก้ว เมย์ยังขอแยกของ โอมหยุดตะโกน แต่ลูกไม่ได้หายกลัวทันที หน่องถามแล้วตรวจงานกอล์ฟต่อ ส่วนโจยังอยากปิดหนี้และต้องถามแม่ก่อนใช้เงินของแม่
คำถามจากบทแรก จริงไหม ขยับได้ไหม ใจดีไหม ใช้ตรวจประโยคได้ แต่ไม่ได้ตัดสินให้แทนเรา บางเรื่องจริงและทำได้ก็ยังต้องถามคนที่รับผลด้วย ประโยคที่ 11 ของผู้อ่านจะมีเงื่อนไขที่คนในเล่มนี้ไม่เจอ
เช้าวันที่ 14
เช้าวันที่ 14 เมษายน ก่อนใครในบ้านจะตื่น โจเปิดประตูหลังบ้าน ฟ้ายังไม่สว่างดี ต้นมะม่วงออกลูกเหลืองเต็มต้น ใต้ต้นมีเก้าอี้ไม้ของตาว่างอยู่ตัวเดียว

โจยืนดูอยู่นาน แล้วเดินไปเก็บมะม่วงที่หล่นใต้ต้นใส่ตะกร้า เขาไม่ได้นั่งเก้าอี้ตัวนั้น เขานั่งบนขั้นบันไดหลังบ้าน หยิบมีดมาปอกมะม่วงลูกแรก รอปลื้มตื่น
จุดสำคัญของบทนี้
โจถามเรื่องต้นไม้ได้โดยยังอยากขายที่ดิน คำถามจะมีน้ำหนักเมื่อเขาฟังคนที่ต้องใช้เงินและดูแลบ้านด้วย
จบเล่ม
อะไรคือ mindset ที่ดี
ยังมีอีก 9 บทที่ยังอ่านไม่จบ
คำถามท้ายบท
“สิ่งที่คุณทำทุกวันตอนนี้ ทำไปเพื่อใคร หรือเพื่ออะไร”
คำตอบเก็บไว้ในเครื่องหรือบัญชีของคุณ ไม่ส่งให้ AI อ่าน
แหล่งอ้างอิงของบทนี้ (3)
- Baumeister, R. F., Vohs, K. D., Aaker, J. L., & Garbinsky, E. N. (2013). Some key differences between a happy life and a meaningful life. The Journal of Positive Psychology, 8(6), 505–516. https://doi.org/10.1080/17439760.2013.830764 (แบบสอบถามผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน 397 คน เป็นข้อมูลเชิงสหสัมพันธ์) สรุปผลด้วยถ้อยคำของเราเอง ลิงก์
- Aristotle. Nicomachean ethics, Book I, ch. 7 (1098a18–20). Greek text: I. Bywater (Ed., 1894), Perseus Digital Library. ถ้อยคำไทยในเล่มแปลเองจากต้นฉบับกรีก (our rendering). Public-domain English reference: D. P. Chase (Trans.), Book I ch. V, Project Gutenberg eBook #8438 ลิงก์
- Cicero. Cato maior de senectute, 7.24–25 (Latin text). The Latin Library. กลอนของสตาติอุสที่ซิเซโรยกมา แปลเองจากต้นฉบับละติน (our rendering); คำตอบของชาวนาในหมวด 25 สรุปเฉพาะความคิดเรื่องรับมาจากคนรุ่นก่อนและส่งต่อให้คนรุ่นหลัง ด้วยถ้อยคำของเราเอง. Public-domain English reference: E. S. Shuckburgh (Trans.), On old age, Project Gutenberg eBook #2808 ลิงก์
